หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท
หมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนหรือปลิ้นออกมากดเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงตามแนวของเส้นประสาทนั้น ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

โรคนี้คืออะไร
ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อมี แผ่นรองระหว่างกระดูกสันหลังสองข้อ มีเปลือกเหนียวหุ้มเนื้อในที่นิ่มคล้ายเจล ทำหน้าที่รับแรงและให้หลังโค้งงอได้ (intervertebral disc) คั่นอยู่ ทำหน้าที่รับแรงและทำให้หลังโค้งงอได้ หมอนรองกระดูกมีเปลือกเหนียวอยู่รอบนอก และเนื้อในที่นิ่มคล้ายเจลอยู่ตรงกลาง
เมื่อเปลือกด้านนอกอ่อนแอลงหรือฉีก เนื้อในอาจดันออกมา ถ้าดันออกมาในทิศทางที่มีเส้นประสาทอยู่ ก็จะกดหรือระคายเคืองเส้นประสาทนั้น
จุดที่พบบ่อยที่สุดคือ หลังส่วนล่าง ทำให้ปวดร้าวลงขา รองลงมาคือ คอ ทำให้ปวดร้าวลงแขน

อาการ
อาการขึ้นกับว่าเส้นประสาทเส้นไหนถูกกด
ที่หลังส่วนล่าง
- ปวดร้าวจากหลังหรือก้นลงไปตามขา มักเลยเข่าลงไป และมักเป็นข้างเดียว
- ชาหรือรู้สึกซ่าตามแนวเดียวกัน
- ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม เบ่ง หรือนั่งนาน
- ในบางรายขาอ่อนแรง เช่น ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือเขย่งไม่ได้
ที่คอ
- ปวดคอร้าวลงสะบัก ต้นแขน และลงไปถึงนิ้วมือ
- ชาหรือซ่าที่นิ้วมือบางนิ้ว
- แขนอ่อนแรง เช่น กำมือได้ไม่แน่นเท่าเดิม
อาการที่บ่งว่าไขสันหลังอาจถูกกด ได้แก่ มือทำงานละเอียดแย่ลงจนติดกระดุมลำบาก เดินเซ หรือขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง อาการเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจโดยเร็ว

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- ความเสื่อมตามอายุ ทำให้เปลือกหมอนรองกระดูกเปราะขึ้น พบบ่อยที่สุดในช่วงอายุ 30–50 ปี
- การยกของหนักผิดท่า โดยเฉพาะการก้มหลังพร้อมบิดตัว
- การนั่งนานและขยับตัวน้อย
- น้ำหนักตัวที่มาก
- การสูบบุหรี่ ซึ่งลดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก
- พันธุกรรม มีส่วนมากกว่าที่หลายคนคิด
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการปวดร้าวไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไปสี่ถึงหกสัปดาห์ ปวดจนทำงานหรือนอนไม่ได้ หรือมีอาการอ่อนแรงแม้เพียงเล็กน้อย
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การซักประวัติและตรวจร่างกาย เป็นสิ่งที่บอกได้มากที่สุด แพทย์จะตรวจกำลังของกล้ามเนื้อ ความรู้สึกตามแนวผิวหนัง รีเฟล็กซ์ และท่าทดสอบที่ดึงเส้นประสาท ผลรวมกันบอกได้ว่าน่าจะเป็นเส้นประสาทระดับใด
MRI เป็นการตรวจที่เห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ชัดที่สุด แต่ไม่จำเป็นในช่วงแรกถ้าไม่มีสัญญาณเตือน เพราะมักไม่เปลี่ยนการรักษา
เอกซเรย์ ไม่เห็นหมอนรองกระดูก แต่ใช้ดูความมั่นคงและตัดสาเหตุอื่นออก
การตรวจการนำกระแสประสาท ใช้ในบางรายเพื่อแยกจากปัญหาของเส้นประสาทส่วนปลาย
แนวทางการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และร่างกายมักดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาได้เองเมื่อเวลาผ่านไป
- ขยับตัวต่อและกลับไปทำกิจวัตรทีละน้อย หลีกเลี่ยงเฉพาะท่าที่ทำให้อาการร้าวลงแขนหรือขามากขึ้นชัดเจน
- ยาแก้ปวด ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ควรปรึกษาก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะถ้ามีโรคกระเพาะ โรคไต หรือกินยาละลายลิ่มเลือด
- กายภาพบำบัด เน้นการลดความปวด ปรับท่าทาง และค่อย ๆ สร้างความแข็งแรงของลำตัวและสะโพก
- การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เป็นการตัดสินใจของแพทย์ มักพิจารณาเมื่อความปวดรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟู
การผ่าตัด
แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีอาการอ่อนแรงที่ชัดเจนและเป็นมากขึ้น เมื่อปวดรุนแรงจนทำอะไรไม่ได้และไม่ดีขึ้นหลังดูแลด้วยวิธีอื่นมาแล้วประมาณหกถึงสิบสองสัปดาห์ หรือเมื่อมีภาวะเส้นประสาทมัดล่างสุดถูกกดทับซึ่งต้องผ่าตัดเร่งด่วน
การผ่าตัดที่ทำบ่อยคือการเอาส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดเส้นประสาทออก การผ่าตัดมักช่วยเรื่องอาการที่แขนหรือขาได้ดีกว่าอาการปวดที่หลังหรือคอเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรถามให้ชัดก่อนตัดสินใจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
หลักในการเลือกท่า คือดูว่าอาการที่แขนหรือขาเคลื่อนไปทางไหน ถ้าอาการถอยกลับเข้าใกล้ลำตัวมากขึ้น ถือเป็นทิศทางที่ดี ถ้าลามลงไกลกว่าเดิม ให้หยุดท่านั้น
นอนคว่ำยันตัวขึ้นบนศอก
เริ่มจาก 5 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
นอนคว่ำ วางศอกทั้งสองข้างไว้ใต้ไหล่ ยันตัวช่วงบนขึ้นเบา ๆ โดยให้สะโพกยังแนบพื้น ค้างไว้ แล้วลดลง
ข้อสังเกต ใช้กับหมอนรองกระดูกที่หลังส่วนล่าง หยุดถ้าอาการที่ขาลงต่ำกว่าเดิม

เก็บคาง
2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที
นั่งหรือยืนตัวตรง มองตรงไปข้างหน้า เก็บคางเข้าหาลำคอเบา ๆ เหมือนทำคางสองชั้น ค้างไว้ แล้วผ่อน
ข้อสังเกต ใช้กับหมอนรองกระดูกที่คอ ไม่ต้องก้มหรือเงยหน้า
แขม่วหน้าท้องเบา ๆ
2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
นอนหงายชันเข่า แขม่วหน้าท้องเบา ๆ เหมือนกำลังรัดเข็มขัด โดยยังหายใจได้ตามปกติ ค้างไว้ แล้วผ่อน
ข้อสังเกต ไม่ต้องเกร็งจนกลั้นหายใจ
เดิน
วันละ 20–30 นาที
เดินในระยะที่ไม่ทำให้อาการแย่ลง แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะ
การป้องกันและการดูแลตนเอง
- ยกของโดยพับสะโพกและงอเข่า ไม่ก้มหลัง ถือของให้ชิดลำตัว และห้ามบิดตัวขณะยก
- ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินและการฝึกกล้ามเนื้อลำตัวและสะโพก
- รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
- ไม่สูบบุหรี่ เพราะลดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก
- จัดที่ทำงานให้เท้าวางราบ หลังมีที่พิง และจออยู่ระดับสายตา
คำถามที่ควรถามแพทย์
- หมอนรองกระดูกของฉันกดเส้นประสาทระดับใด และตรงกับอาการที่ฉันมีหรือไม่
- ฉันมีอาการอ่อนแรงที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่
- จำเป็นต้องทำ MRI ตอนนี้หรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
- ควรให้เวลากับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดนานแค่ไหนก่อนพิจารณาทางเลือกอื่น
- ถ้าผ่าตัด จะช่วยเรื่องอาการปวดร้าวและอาการปวดหลังต่างกันอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาแล้วจะกลับเข้าที่ได้ไหม
ร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาได้เองในผู้ป่วยจำนวนมาก และภาพ MRI ที่ถ่ายซ้ำหลังผ่านไปหลายเดือนมักเห็นส่วนที่กดเล็กลง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่แพทย์มักแนะนำให้ให้เวลาก่อนตัดสินใจผ่าตัด
ถ้า MRI เห็นหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาท ต้องผ่าตัดเลยไหม
ไม่ใช่ การพบหมอนรองกระดูกปลิ้นในภาพพบได้ในคนจำนวนมากที่ไม่มีอาการเลย การตัดสินใจจึงดูจากอาการ ผลการตรวจร่างกาย และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จากภาพเพียงอย่างเดียว
ควรเลี่ยงการยกของไปตลอดหรือไม่
ไม่ต้อง เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว การค่อย ๆ กลับไปยกของด้วยเทคนิคที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ดี หลังที่แข็งแรงคือหลังที่ได้ใช้งาน การเลี่ยงทุกอย่างไปตลอดมักทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและกลัวการเคลื่อนไหว
การดึงหลังหรือการจัดกระดูกช่วยได้ไหม
หลักฐานยังไม่ชัดเจนว่าช่วยได้มากกว่าการออกกำลังกายและการดูแลตามปกติ บางคนรู้สึกดีขึ้นในระยะสั้น ถ้าจะทำ ควรทำหลังจากแพทย์ตรวจแล้วว่าไม่มีสัญญาณเตือน และทำโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม
แหล่งอ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
ฟื้นฟู
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

