กระดูกสันหลัง

หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนหรือปลิ้นออกมากดเส้นประสาท ทำให้ปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรงตามแนวของเส้นประสาทนั้น ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

หญิงวัยกลางคนยืนเอียงตัว เอามือกุมหลังส่วนล่าง โดยมีแถบสีแดงลากจากหลังส่วนล่างลงไปตามด้านหลังของขาข้างหนึ่ง
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อมี (intervertebral disc) คั่นอยู่ ทำหน้าที่รับแรงและทำให้หลังโค้งงอได้ หมอนรองกระดูกมีเปลือกเหนียวอยู่รอบนอก และเนื้อในที่นิ่มคล้ายเจลอยู่ตรงกลาง

เมื่อเปลือกด้านนอกอ่อนแอลงหรือฉีก เนื้อในอาจดันออกมา ถ้าดันออกมาในทิศทางที่มีเส้นประสาทอยู่ ก็จะกดหรือระคายเคืองเส้นประสาทนั้น

จุดที่พบบ่อยที่สุดคือ หลังส่วนล่าง ทำให้ปวดร้าวลงขา รองลงมาคือ คอ ทำให้ปวดร้าวลงแขน

ภาพวาดกายวิภาคด้านข้างของกระดูกสันหลังส่วนล่าง แสดงหมอนรองกระดูกชิ้นหนึ่งปลิ้นออกมาด้านหลังเป็นสีแดง และเบียดรากประสาทที่ทอดออกมาข้างเคียง
หมอนรองที่ปลิ้นออกมาเบียดรากประสาท จึงทำให้ปวดร้าวลงขามากกว่าปวดที่หลังภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

อาการขึ้นกับว่าเส้นประสาทเส้นไหนถูกกด

ที่หลังส่วนล่าง

  • ปวดร้าวจากหลังหรือก้นลงไปตามขา มักเลยเข่าลงไป และมักเป็นข้างเดียว
  • ชาหรือรู้สึกซ่าตามแนวเดียวกัน
  • ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม เบ่ง หรือนั่งนาน
  • ในบางรายขาอ่อนแรง เช่น ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือเขย่งไม่ได้

ที่คอ

  • ปวดคอร้าวลงสะบัก ต้นแขน และลงไปถึงนิ้วมือ
  • ชาหรือซ่าที่นิ้วมือบางนิ้ว
  • แขนอ่อนแรง เช่น กำมือได้ไม่แน่นเท่าเดิม

อาการที่บ่งว่าไขสันหลังอาจถูกกด ได้แก่ มือทำงานละเอียดแย่ลงจนติดกระดุมลำบาก เดินเซ หรือขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง อาการเหล่านี้ต้องได้รับการตรวจโดยเร็ว

ชายคนหนึ่งยืนค้อมตัวไปข้างหน้า เอามือทั้งสองข้างประคองหลังส่วนล่าง โดยมีแถบสีแดงลากลงไปตามด้านหลังของขา
อาการที่ร้าวลงไปตามแนวเดิมทุกครั้ง เป็นลักษณะที่แพทย์ถามหาภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • ความเสื่อมตามอายุ ทำให้เปลือกหมอนรองกระดูกเปราะขึ้น พบบ่อยที่สุดในช่วงอายุ 30–50 ปี
  • การยกของหนักผิดท่า โดยเฉพาะการก้มหลังพร้อมบิดตัว
  • การนั่งนานและขยับตัวน้อย
  • น้ำหนักตัวที่มาก
  • การสูบบุหรี่ ซึ่งลดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก
  • พันธุกรรม มีส่วนมากกว่าที่หลายคนคิด

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการปวดร้าวไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไปสี่ถึงหกสัปดาห์ ปวดจนทำงานหรือนอนไม่ได้ หรือมีอาการอ่อนแรงแม้เพียงเล็กน้อย

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

การซักประวัติและตรวจร่างกาย เป็นสิ่งที่บอกได้มากที่สุด แพทย์จะตรวจกำลังของกล้ามเนื้อ ความรู้สึกตามแนวผิวหนัง รีเฟล็กซ์ และท่าทดสอบที่ดึงเส้นประสาท ผลรวมกันบอกได้ว่าน่าจะเป็นเส้นประสาทระดับใด

MRI เป็นการตรวจที่เห็นหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ชัดที่สุด แต่ไม่จำเป็นในช่วงแรกถ้าไม่มีสัญญาณเตือน เพราะมักไม่เปลี่ยนการรักษา

เอกซเรย์ ไม่เห็นหมอนรองกระดูก แต่ใช้ดูความมั่นคงและตัดสาเหตุอื่นออก

การตรวจการนำกระแสประสาท ใช้ในบางรายเพื่อแยกจากปัญหาของเส้นประสาทส่วนปลาย

แนวทางการรักษา

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และร่างกายมักดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาได้เองเมื่อเวลาผ่านไป

  • ขยับตัวต่อและกลับไปทำกิจวัตรทีละน้อย หลีกเลี่ยงเฉพาะท่าที่ทำให้อาการร้าวลงแขนหรือขามากขึ้นชัดเจน
  • ยาแก้ปวด ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ควรปรึกษาก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะถ้ามีโรคกระเพาะ โรคไต หรือกินยาละลายลิ่มเลือด
  • กายภาพบำบัด เน้นการลดความปวด ปรับท่าทาง และค่อย ๆ สร้างความแข็งแรงของลำตัวและสะโพก
  • การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เป็นการตัดสินใจของแพทย์ มักพิจารณาเมื่อความปวดรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟู

การผ่าตัด

แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีอาการอ่อนแรงที่ชัดเจนและเป็นมากขึ้น เมื่อปวดรุนแรงจนทำอะไรไม่ได้และไม่ดีขึ้นหลังดูแลด้วยวิธีอื่นมาแล้วประมาณหกถึงสิบสองสัปดาห์ หรือเมื่อมีภาวะเส้นประสาทมัดล่างสุดถูกกดทับซึ่งต้องผ่าตัดเร่งด่วน

การผ่าตัดที่ทำบ่อยคือการเอาส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดเส้นประสาทออก การผ่าตัดมักช่วยเรื่องอาการที่แขนหรือขาได้ดีกว่าอาการปวดที่หลังหรือคอเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรถามให้ชัดก่อนตัดสินใจ

ภาพสามช่อง ช่องแรกหญิงคนหนึ่งเดินอยู่ในสวน ช่องที่สองยืนทำงานที่โต๊ะปรับระดับ ช่องที่สามนอนหงายบนเตียงโดยมีหมอนหนุนใต้เข่าทั้งสองข้าง
การเคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้ ท่าที่ทำให้สบายขึ้น และเวลาที่ให้ร่างกายซ่อมตัว คือจุดเริ่มต้นภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู

หลักในการเลือกท่า คือดูว่าอาการที่แขนหรือขาเคลื่อนไปทางไหน ถ้าอาการถอยกลับเข้าใกล้ลำตัวมากขึ้น ถือเป็นทิศทางที่ดี ถ้าลามลงไกลกว่าเดิม ให้หยุดท่านั้น

นอนคว่ำยันตัวขึ้นบนศอก

เริ่มจาก 5 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที

นอนคว่ำ วางศอกทั้งสองข้างไว้ใต้ไหล่ ยันตัวช่วงบนขึ้นเบา ๆ โดยให้สะโพกยังแนบพื้น ค้างไว้ แล้วลดลง

ข้อสังเกต ใช้กับหมอนรองกระดูกที่หลังส่วนล่าง หยุดถ้าอาการที่ขาลงต่ำกว่าเดิม

นอนคว่ำบนเสื่อ ยันตัวขึ้นบนปลายแขนทั้งสองข้าง โดยสะโพกยังแนบอยู่กับพื้น
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

เก็บคาง

2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที

นั่งหรือยืนตัวตรง มองตรงไปข้างหน้า เก็บคางเข้าหาลำคอเบา ๆ เหมือนทำคางสองชั้น ค้างไว้ แล้วผ่อน

ข้อสังเกต ใช้กับหมอนรองกระดูกที่คอ ไม่ต้องก้มหรือเงยหน้า

แขม่วหน้าท้องเบา ๆ

2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที

นอนหงายชันเข่า แขม่วหน้าท้องเบา ๆ เหมือนกำลังรัดเข็มขัด โดยยังหายใจได้ตามปกติ ค้างไว้ แล้วผ่อน

ข้อสังเกต ไม่ต้องเกร็งจนกลั้นหายใจ

เดิน

วันละ 20–30 นาที

เดินในระยะที่ไม่ทำให้อาการแย่ลง แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะ

การป้องกันและการดูแลตนเอง

  • ยกของโดยพับสะโพกและงอเข่า ไม่ก้มหลัง ถือของให้ชิดลำตัว และห้ามบิดตัวขณะยก
  • ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินและการฝึกกล้ามเนื้อลำตัวและสะโพก
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
  • ไม่สูบบุหรี่ เพราะลดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูก
  • จัดที่ทำงานให้เท้าวางราบ หลังมีที่พิง และจออยู่ระดับสายตา

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • หมอนรองกระดูกของฉันกดเส้นประสาทระดับใด และตรงกับอาการที่ฉันมีหรือไม่
  • ฉันมีอาการอ่อนแรงที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่
  • จำเป็นต้องทำ MRI ตอนนี้หรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
  • ควรให้เวลากับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดนานแค่ไหนก่อนพิจารณาทางเลือกอื่น
  • ถ้าผ่าตัด จะช่วยเรื่องอาการปวดร้าวและอาการปวดหลังต่างกันอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมาแล้วจะกลับเข้าที่ได้ไหม

ร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมส่วนที่ปลิ้นออกมาได้เองในผู้ป่วยจำนวนมาก และภาพ MRI ที่ถ่ายซ้ำหลังผ่านไปหลายเดือนมักเห็นส่วนที่กดเล็กลง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่แพทย์มักแนะนำให้ให้เวลาก่อนตัดสินใจผ่าตัด

ถ้า MRI เห็นหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาท ต้องผ่าตัดเลยไหม

ไม่ใช่ การพบหมอนรองกระดูกปลิ้นในภาพพบได้ในคนจำนวนมากที่ไม่มีอาการเลย การตัดสินใจจึงดูจากอาการ ผลการตรวจร่างกาย และผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ไม่ใช่จากภาพเพียงอย่างเดียว

ควรเลี่ยงการยกของไปตลอดหรือไม่

ไม่ต้อง เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว การค่อย ๆ กลับไปยกของด้วยเทคนิคที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่ดี หลังที่แข็งแรงคือหลังที่ได้ใช้งาน การเลี่ยงทุกอย่างไปตลอดมักทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและกลัวการเคลื่อนไหว

การดึงหลังหรือการจัดกระดูกช่วยได้ไหม

หลักฐานยังไม่ชัดเจนว่าช่วยได้มากกว่าการออกกำลังกายและการดูแลตามปกติ บางคนรู้สึกดีขึ้นในระยะสั้น ถ้าจะทำ ควรทำหลังจากแพทย์ตรวจแล้วว่าไม่มีสัญญาณเตือน และทำโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม

แหล่งอ้างอิง

  1. Lim TH และคณะ. Nonpharmacological Spine Pain Management in Clinical Practice Guidelines: A Systematic Review Using AGREE II and AGREE-REX Tools. J Orthop Sports Phys Ther. 2025

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ