กระดูกคืออวัยวะ ไม่ใช่โครงเหล็ก

หลายคนนึกภาพกระดูกเป็นของแข็งแห้ง ๆ ที่ค้ำร่างกายไว้เฉย ๆ แต่จริง ๆ แล้วกระดูกเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต สร้างตัวเองใหม่ตลอดเวลา เก็บแคลเซียมของทั้งร่างกาย ผลิตเม็ดเลือด และส่งสัญญาณไปยังอวัยวะอื่น

หัวข้อในหน้านี้

ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึง

ถ้าให้นึกภาพกระดูก คนส่วนใหญ่มักนึกถึงของแข็งสีขาวซีดในตู้จัดแสดง แข็ง นิ่ง และจบแล้ว คล้ายไม้ที่อยู่ในผนังบ้าน คือทำหน้าที่ค้ำโครงสร้างไว้ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร

ภาพนี้พอเข้าใจได้ แต่คลาดเคลื่อนในจุดสำคัญ กระดูกในตู้จัดแสดงคือสิ่งที่เหลืออยู่หลังจากส่วนที่มีชีวิตหายไปหมดแล้ว ส่วนกระดูกในร่างกายคุณ เป็นหนึ่งในเนื้อเยื่อที่ทำงานหนักที่สุด

ภาพเปรียบเทียบ ด้านซ้ายเป็นกระดูกแห้งในตู้กระจกแบบที่ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์ ด้านขวาเป็นกระดูกท่อนเดียวกันผ่าให้เห็นข้างใน มีไขกระดูก หลอดเลือดแดงและดำ และเซลล์กระจายอยู่ทั่ว
กระดูกที่คนส่วนใหญ่เคยเห็นคือแบบซ้าย ส่วนกระดูกที่อยู่ในตัวคุณตอนนี้คือแบบขวาภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ขณะที่คุณอ่านอยู่นี้ ร่างกายกำลังสร้างกระดูกใหม่

เซลล์สองกลุ่มที่ทำหน้าที่ตรงข้ามกันคอยดูแลกระดูกอยู่ตลอด

  • (osteoclast) คอยกำจัดกระดูกเก่าหรือกระดูกที่เสียหาย
  • (osteoblast) เติมกระดูกใหม่ลงไปในช่องว่างนั้น

ยังมีเซลล์อีกชนิดคือ เซลล์กระดูก (osteocyte) ที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อแร่ธาตุ เชื่อมถึงกันเป็นร่างแหผ่านท่อเล็ก ๆ คอยรับรู้แรงที่มากระทำ และบอกเซลล์อีกสองกลุ่มว่าตรงไหนต้องซ่อม ทั้งสามกลุ่มสื่อสารกันตลอดเวลา ทั้งโดยการสัมผัสกันโดยตรงและผ่านสารเคมี

ผลก็คือ โครงกระดูกที่คุณมีอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่ชุดเดียวกับตอนเกิด และไม่ใช่ชุดเดียวกับเมื่อไม่กี่ปีก่อนด้วยซ้ำ รูปร่างเหมือนเดิม แต่เนื้อกระดูกเปลี่ยนใหม่เรื่อย ๆ ใกล้เคียงกับถนนที่ลาดผิวใหม่ไม่รู้จบ มากกว่าตึกที่สร้างครั้งเดียวจบ

นี่ยังเป็นเหตุผลว่าทำไมกระดูกที่หักจึงกลับมาแข็งแรงได้เท่าเดิม เพราะกลไกการสร้างกระดูกใหม่ไม่เคยหายไปไหน

ภาพขยายผิวกระดูก เซลล์สลายกระดูกสีส้มกำลังเซาะร่องลงไปในเนื้อกระดูกทางซ้าย เซลล์สร้างกระดูกสีน้ำเงินเรียงกันเป็นแถวปูเนื้อกระดูกใหม่ทางขวา และเซลล์รูปดาวฝังอยู่ในเนื้อกระดูกด้านล่าง
เซลล์สองกลุ่มทำงานสวนทางกันอยู่ตลอดเวลา กลุ่มหนึ่งรื้อ อีกกลุ่มสร้างภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

บัญชีแคลเซียมของร่างกาย

กล้ามเนื้อจะหดตัวไม่ได้ เส้นประสาทจะส่งสัญญาณไม่ได้ และหัวใจจะเต้นเป็นจังหวะไม่ได้ ถ้าระดับแคลเซียมในเลือดไม่อยู่ในช่วงแคบ ๆ ที่เหมาะสม ร่างกายจึงปกป้องช่วงนี้อย่างเข้มงวด

กระดูกคือที่ที่เก็บสำรองไว้ แคลเซียมส่วนใหญ่ของร่างกายอยู่ในโครงกระดูก เมื่อระดับในเลือดลดลง ฮอร์โมนจะสั่งให้กระดูกปล่อยออกมา และเมื่อมีเหลือเฟือ ร่างกายก็เก็บกลับเข้าไปส่วนหนึ่ง

การออกแบบนี้สมเหตุสมผล แต่มีผลข้างเคียงที่ไม่น่าสบายใจอยู่อย่างหนึ่ง คือ โครงกระดูกคือบัญชีที่ถูกถอนเงิน ถ้าแคลเซียมและวิตามินดีขาดต่อเนื่องเป็นปี ๆ การถอนก็ยังเกิดขึ้น อย่างเงียบ ๆ ไม่มีอาการ จากโครงสร้างของคุณเอง

ภาพตัดกระดูกต้นขาที่มีเม็ดแคลเซียมสีทองเก็บอยู่เต็ม บางเม็ดเคลื่อนออกสู่หลอดเลือดข้าง ๆ แล้วเดินทางต่อไปยังหัวใจ กล้ามเนื้อ และเซลล์ประสาท
กระดูกเก็บแคลเซียมไว้ให้ทั้งร่างกายเบิกใช้ ไม่ได้เก็บไว้ใช้เองภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ข้างในมีโรงงานอยู่

ช่องตรงกลางของกระดูกหลายชิ้นไม่ได้ว่างเปล่า ข้างในมี ไขกระดูก (bone marrow) ซึ่งเป็นที่สร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด คือเซลล์ที่นำออกซิเจน ต่อสู้กับเชื้อโรค และห้ามเลือด

โครงกระดูกจึงไม่ได้แค่ค้ำร่างกายไว้ แต่ยังเป็นที่ตั้งของกระบวนการผลิตที่ร่างกายขาดไม่ได้อีกด้วย

ภาพตัดกระดูกต้นขาให้เห็นไขกระดูกสีแดงที่กำลังสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แล้วส่งเข้าสู่หลอดเลือดที่ไหลออกไป
เม็ดเลือดที่ไหลอยู่ในตัวคุณตอนนี้ ผลิตขึ้นที่นี่ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

กระดูกส่งข้อความถึงอวัยวะอื่น

ส่วนนี้มักทำให้คนแปลกใจที่สุด และเป็นความรู้ที่ค่อนข้างใหม่

กระดูกหลั่งสารเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปออกฤทธิ์ที่อื่นในร่างกาย ซึ่งตรงกับนิยามของอวัยวะต่อมไร้ท่อ บทความทบทวนเรื่องเมแทบอลิซึมของกระดูกอธิบายว่ามีสัญญาณจากกระดูกที่ไปควบคุมระดับฟอสเฟตที่ไต และเกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำตาลและพลังงาน นอกจากนี้กระดูก กล้ามเนื้อ และไขมัน ยังส่งสัญญาณถึงกันและกัน นี่เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ทั้งสามมักอ่อนแอลงพร้อมกัน และแข็งแรงขึ้นพร้อมกัน

พูดแบบใช้งานได้คือ โครงกระดูกไม่ได้นั่งทำงานโครงสร้างอยู่มุมห้องคนเดียว แต่เชื่อมโยงกับส่วนอื่นของคุณทั้งหมด

ภาพตัดกระดูกที่มีเซลล์และหลอดเลือดอยู่ข้างใน โดยมีสารสื่อสารสีต่าง ๆ เดินทางไปกลับระหว่างกระดูกกับไต กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อไขมัน
กระดูกไม่ได้อยู่เงียบ ๆ แต่ส่งและรับสัญญาณกับอวัยวะอื่นอยู่ตลอดภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การดูแลกระดูก

ไม่มีข้อไหนซับซ้อน และเกือบทั้งหมดไม่ต้องเสียเงิน

  • ใช้งานให้ลงน้ำหนัก กระดูกจะเสริมเนื้อตรงที่ได้ใช้งาน การเดิน ขึ้นบันได เต้นรำ และการฝึกแรงต้านด้วยน้ำหนักหรือยางยืด ล้วนนับเป็นการลงน้ำหนัก ส่วนว่ายน้ำและปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่ดีมาก แต่ลงน้ำหนักผ่านโครงกระดูกน้อยกว่ามาก ทำหลาย ๆ แบบสลับกันจะดีที่สุด
  • รักษากล้ามเนื้อไว้ กล้ามเนื้อดึงกระดูก และทั้งสองอย่างถดถอยไปด้วยกัน การฝึกความแข็งแรงจึงเป็นการดูแลกระดูกไปในตัว
  • กินให้กระดูก แคลเซียมจากอาหาร โปรตีนให้เพียงพอ และวิตามินดี ส่วนจะต้องเสริมหรือไม่ และเท่าไร ขึ้นกับอาหารที่คุณกิน ผลเลือด และยาอื่นที่ใช้อยู่ จึงควรถามแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่เดาเอง
  • ไม่สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์แต่น้อย ทั้งสองอย่างเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อกระดูกที่มีหลักฐานชัดเจน
  • ป้องกันการล้ม กระดูกแข็งแรงแค่ไหนก็ไม่ช่วย ถ้าล้มในท่าที่ไม่ดี แสงสว่าง ของเกะกะบนพื้น รองเท้า และการฝึกการทรงตัว ล้วนสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น
  • ถามเรื่องยาที่ใช้อยู่ ยาบางชนิดที่ใช้ต่อเนื่องมีผลต่อกระดูก นั่นไม่ใช่เหตุผลให้หยุดยาเอง แต่เป็นเหตุผลให้เอ่ยถึงในการพบแพทย์ครั้งหน้า
สี่ภาพในชีวิตประจำวัน หญิงเดินออกกำลังกายริมน้ำ ชายเดินขึ้นบันไดโดยจับราว ชายยืดยางยืดออกกำลังกายที่บ้าน และโต๊ะอาหารที่มีนม โยเกิร์ต เต้าหู้ ปลาเล็กปลาน้อย ไข่ และผักใบเขียว
แรงที่ลงกระดูกกับอาหารที่มีแคลเซียมพอ คือสองอย่างที่กระดูกใช้รักษาความแข็งแรงไว้ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

การสูญเสียมวลกระดูกไม่มีอาการใด ๆ จนกว่าจะมีกระดูกหัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรถามไว้ก่อน ไม่ใช่รอให้รู้สึกเอง บทความ โรคกระดูกพรุน อธิบายว่าใครควรได้รับการตรวจและตรวจอย่างไร ส่วน การตรวจความหนาแน่นกระดูก อธิบายตัวการตรวจเอง

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • ฉันอยู่ในกลุ่มที่ควรตรวจความหนาแน่นกระดูกหรือไม่ และควรตรวจเมื่อไหร่
  • ยาหรือโรคประจำตัวของฉันมีผลต่อกระดูกหรือไม่
  • การออกกำลังกายแบบไหนที่ปลอดภัยและเหมาะกับฉันโดยเฉพาะ
  • ฉันได้รับแคลเซียมและวิตามินดีจากอาหารเพียงพอหรือยัง
  • ฉันทำอะไรได้บ้างเพื่อลดความเสี่ยงที่จะล้ม

คำถามที่พบบ่อย

กระดูกมีชีวิตจริงหรือ

จริง กระดูกมีเซลล์ที่มีชีวิต มีเส้นเลือดของตัวเอง และมีเส้นประสาท ส่วนแร่ธาตุที่แข็งเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือคือโครงที่มีชีวิต ซึ่งร่างกายรื้อและสร้างใหม่อยู่ตลอด

ถ้ากระดูกสร้างใหม่ได้เรื่อย ๆ ทำไมอายุมากขึ้นแล้วกระดูกจึงบางลง

การสร้างใหม่มีสองด้าน คือเซลล์ที่สลายกระดูกเก่า กับเซลล์ที่สร้างกระดูกใหม่ ตลอดชีวิตช่วงใหญ่สองด้านนี้สมดุลกัน แต่เมื่ออายุมากขึ้น หลังหมดประจำเดือน หรือมีโรคและยาบางอย่าง ด้านที่สลายจะเร็วกว่าด้านที่สร้าง ปริมาณกระดูกรวมจึงค่อย ๆ ลดลง

การออกกำลังกายช่วยเรื่องกระดูกได้จริงไหม

กระดูกตอบสนองต่อแรงที่มากระทำ การออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและการฝึกแรงต้านจึงเป็นคำแนะนำมาตรฐานสำหรับสุขภาพกระดูก และเป็นเหตุผลที่คนที่นอนติดเตียงนาน ๆ หรืออยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักจะสูญเสียมวลกระดูก ทั้งนี้ผลที่ได้ในแต่ละคนต่างกัน และไม่ได้ใช้แทนการรักษาในรายที่จำเป็นต้องรักษา

ควรกินแคลเซียมหรือวิตามินดีเสริมไหม

ขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณกิน ระดับในเลือด การทำงานของไต และยาอื่นที่ใช้อยู่ จึงเป็นคำถามสำหรับแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจเองจากหน้าเว็บ โดยทั่วไปมักเริ่มจากแหล่งในอาหารก่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. Florencio-Silva R et al. Biology of Bone Tissue: Structure, Function, and Factors That Influence Bone Cells. Biomed Res Int. 2015
  2. Kim JM et al. Osteoblast-Osteoclast Communication and Bone Homeostasis. Cells. 2020
  3. Marsot C et al. Bone and metabolism. Ann Endocrinol (Paris). 2018
  4. Kirk B et al. Muscle, Bone, and Fat Crosstalk: the Biological Role of Myokines, Osteokines, and Adipokines. Curr Osteoporos Rep. 2020
  5. Rachner TD, Khosla S, Hofbauer LC. Osteoporosis: now and the future. Lancet. 2011

โรคและภาวะที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ