กระดูกพรุน
ภาวะที่กระดูกบางและเปราะลงจนหักง่ายแม้ล้มเบา ๆ มักไม่มีอาการเจ็บใด ๆ จนกว่าจะหัก การตรวจ การกินอาหารให้ครบ การขยับตัว และยาตามที่แพทย์สั่ง ช่วยลดโอกาสหักได้

โรคนี้คืออะไร
กระดูกพรุนคือกระดูกที่บางและเปราะลง จึงหักง่ายแม้ล้มเบา ๆ มักไม่มีอาการเจ็บอะไรเลยจนกว่าจะหัก การกินอาหารให้ครบ ออกกำลังกาย และใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง ช่วยลดโอกาสหักได้
กระดูกไม่ได้เป็นก้อนแข็งตายตัว แต่มีการสลายของเก่าและสร้างของใหม่อยู่ตลอดชีวิต ในวัยหนุ่มสาวการสร้างมากกว่าการสลาย พออายุมากขึ้น โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน การสลายจะแซงหน้าการสร้าง เนื้อกระดูกจึงบางลงเรื่อย ๆ
ภาษาที่ใช้มีสองคำ กระดูกบาง (osteopenia) คือเริ่มบางแต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ และ กระดูกพรุน (osteoporosis) คือบางจนถึงเกณฑ์ที่ถือว่าเสี่ยงหัก

อาการ
กระดูกพรุนมักเรียกกันว่าโรคเงียบ เพราะกระดูกที่บางลงไม่ทำให้ปวด สิ่งที่พอสังเกตได้มีสามอย่าง
- ส่วนสูงลดลง ควรวัดส่วนสูงทุกหกเดือน ถ้าลดลงตั้งแต่ 2 เซนติเมตรขึ้นไป ควรบอกแพทย์ เพราะอาจมีกระดูกสันหลังยุบ
- หลังค่อมมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงหลังส่วนบน
- กระดูกหักจากการล้มเบา ๆ เช่น ล้มจากท่ายืนแล้วข้อมือหัก หรือสะโพกหัก การหักแบบนี้เรียกว่ากระดูกหักจากภาวะกระดูกเปราะ (fragility fracture) และเป็นสัญญาณที่ชัดที่สุด
กระดูกสันหลังยุบบางครั้งไม่มีอาการเจ็บชัดเจน ผู้ป่วยบางรายรู้ตัวก็ต่อเมื่อส่วนสูงลดลงหรือเห็นจากภาพเอกซเรย์ที่ถ่ายด้วยเหตุอื่น
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ปัจจัยที่เปลี่ยนไม่ได้
- อายุที่มากขึ้น
- เพศหญิงและการหมดประจำเดือน เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงเร่งการสลายกระดูก
- พ่อหรือแม่เคยกระดูกสะโพกหัก
- โครงร่างเล็กและน้ำหนักตัวน้อย
ปัจจัยที่พอทำอะไรได้
- สูบบุหรี่ ทำให้กระดูกบางลงโดยตรง
- ดื่มเหล้าจัด ทำให้กระดูกบางและเสี่ยงล้ม
- ขยับตัวน้อย กระดูกแข็งแรงขึ้นจากการลงน้ำหนัก การนั่งหรือนอนมากทำให้บางเร็วขึ้น
- ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีไม่พอ
- ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
- โรคบางอย่าง เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ หรือลำไส้ดูดซึมอาหารไม่ดี
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
อาการด้านล่างนี้ต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน
นอกจากนี้ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจความหนาแน่นกระดูก ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ แต่แพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้ตัดสินใจร่วมกับคุณ
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุกคน
- ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้วแต่อายุยังไม่ถึง 65 ปี ถ้ามีน้ำหนักตัวน้อย สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าจัด หรือพ่อแม่เคยสะโพกหัก
- ผู้ชายอายุ 50–69 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยงแบบเดียวกัน
- ใครก็ตามที่อายุเกิน 50 ปี แล้วกระดูกหักจากการล้มเบา ๆ
- คนที่กินยาสเตียรอยด์ติดต่อกันตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
- คนที่ส่วนสูงลดลงตั้งแต่ 2 เซนติเมตร หรือหลังค่อมผิดปกติ
- คนที่มีโรคที่ทำให้กระดูกบาง เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ หรือลำไส้ดูดซึมอาหารไม่ดี
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยดูจาก 2 อย่างเท่านั้น คือ ผลตรวจความหนาแน่นกระดูก และ เคยกระดูกหักจากการล้มเบา ๆ หรือไม่ ส่วนอายุ ยาสเตียรอยด์ และการล้ม เป็นสิ่งที่เพิ่มความเสี่ยงของการหัก แต่ลำพังปัจจัยเหล่านี้อย่างเดียวยังไม่ใช่คำวินิจฉัย
การตรวจความหนาแน่นกระดูก
เรียกย่อว่า DXA เป็นการเอกซเรย์ปริมาณต่ำที่สะโพกและกระดูกสันหลัง ใช้เวลาไม่กี่นาที ไม่เจ็บ และไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ ผลออกมาเป็นตัวเลขที่เรียกว่า T-score
T-score คือตัวเลขที่บอกว่ากระดูกของคุณแน่นแค่ไหน เทียบกับคนหนุ่มสาวที่กระดูกปกติ
| T-score | หมายความว่า |
|---|---|
| ตั้งแต่ −1 ขึ้นไป | กระดูกปกติ |
| ระหว่าง −1 ถึง −2.5 | กระดูกเริ่มบาง |
| −2.5 หรือต่ำกว่า | กระดูกพรุน |
เมื่อตรวจหลายตำแหน่ง แพทย์จะใช้ ค่าที่ต่ำที่สุด ในการตัดสิน เพราะจุดที่บางที่สุดคือจุดที่เสี่ยงหักที่สุด
การประเมินโอกาสกระดูกหักใน 10 ปี
เครื่องมือมาตรฐานชื่อ FRAX ใช้ประวัติสุขภาพประเมินว่าใน 10 ปีข้างหน้ามีโอกาสกระดูกหักแค่ไหน แพทย์เป็นผู้คำนวณและแปลผลให้ ตัวเลขนี้ช่วยตัดสินใจว่าถึงเวลาเริ่มยาหรือยัง โดยเฉพาะในคนที่ผลตรวจอยู่ในช่วงกระดูกเริ่มบาง
การตรวจอื่น
แพทย์อาจตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่ทำให้กระดูกบาง เช่น ระดับแคลเซียม การทำงานของไต การทำงานของไทรอยด์ และระดับวิตามินดี และอาจส่งเอกซเรย์กระดูกสันหลังถ้าสงสัยว่ามีกระดูกยุบ
แนวทางการรักษา
การดูแลกระดูกพรุนมีสองเรื่องที่ต้องทำคู่กันเสมอ คือ ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และ ทำให้คุณไม่ล้ม เพราะสองเรื่องนี้ดูแลคนละแบบ
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
แคลเซียม
ร่างกายต้องการแคลเซียมทุกวัน และอาหารไทยหลายอย่างก็มีแคลเซียมสูง
- นมจืด 1 แก้ว หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย ให้แคลเซียมประมาณ 300 มก.
- ปลาเล็กปลาน้อยหรือกุ้งแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ ให้ประมาณ 220 มก. เพราะกินได้ทั้งก้าง
- ปลากระป๋องที่ก้างนิ่ม ครึ่งกระป๋อง ให้ประมาณ 240 มก.
- เต้าหู้แข็งครึ่งถ้วย หรืองาดำ 1 ช้อนโต๊ะ ให้ประมาณ 130 มก.
- ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ใบยอ 1 ถ้วยสุก ให้ประมาณ 150 มก.
- กินทีละน้อยแต่บ่อยครั้งดีกว่ากินทีเดียวมาก ๆ เพราะร่างกายรับได้ครั้งละไม่เกิน 500 มก.

วิตามินดี
วิตามินดีเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ ถ้าขาดวิตามินดี กินแคลเซียมเท่าไรก็ไม่พอ
- แสงแดดสำคัญที่สุด ให้แขนหรือขาโดนแดด 10–15 นาที สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
- เลือกแดดอ่อน ก่อน 9 โมงเช้า หรือหลัง 4 โมงเย็น
- อาหารที่มีวิตามินดี ได้แก่ ปลาทะเลตัวใหญ่อย่างแซลมอนและปลาทู ไข่แดง และเห็ดตากแดด
- ถ้าโดนแดดน้อย ควรกินวิตามินดีเสริมตามที่แพทย์แนะนำ

สิ่งที่ควรลดหรือเลี่ยง
ของบางอย่างทำให้กระดูกบางเร็วขึ้น
- อาหารเค็มจัด เช่น น้ำปลา ซีอิ๊ว ของหมักดอง บะหมี่ซอง เพราะเกลือทำให้แคลเซียมหลุดออกทางปัสสาวะ
- กาแฟ ไม่ควรเกินวันละ 2 แก้ว
- เหล้าเบียร์ ไม่ควรเกินวันละ 2 แก้ว เพราะทำให้กระดูกบางและเสี่ยงล้ม
- น้ำอัดลม เพราะมักดื่มแทนนม และมีฟอสเฟตสูง
- บุหรี่ ควรงดให้ได้ เพราะทำให้กระดูกบางลงโดยตรง
ยา
ยารักษากระดูกพรุนช่วยลดโอกาสกระดูกหักได้จริง แต่ต้องใช้ต่อเนื่องจึงได้ผล กลุ่มยาหลักที่ใช้กันมีดังนี้ หน้านี้ไม่ระบุขนาดยา เพราะขนาดและความเหมาะสมต้องมาจากแพทย์ผู้ดูแลของคุณเท่านั้น
| กลุ่มยา | ทำอะไร | เรื่องที่ต้องแจ้งแพทย์ |
|---|---|---|
| บิสฟอสโฟเนตชนิดกิน | ชะลอการสลายของเนื้อกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้นและลดโอกาสกระดูกหัก | โรคไต แคลเซียมในเลือดต่ำ กำลังจะทำฟันหรือผ่าตัดช่องปาก หรือปวดต้นขาด้านนอกเรื้อรัง |
| บิสฟอสโฟเนตชนิดฉีด (โซเลโดรเนต) | ออกฤทธิ์นานทั้งปี ลดการสลายกระดูก | โรคไต แคลเซียมในเลือดต่ำ หรือกำลังจะทำฟัน |
| เดโนซูแมบ | ยับยั้งเซลล์ที่สลายกระดูก เพิ่มความหนาแน่นกระดูก | กำลังจะถอนฟันหรือผ่าตัดช่องปาก โรคไต หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนัง |
| เทอริพาราไทด์ | กระตุ้นการสร้างเนื้อกระดูกใหม่ ใช้ในผู้ที่เสี่ยงหักสูงมาก | ประวัติมะเร็งกระดูก เคยฉายรังสีที่กระดูก แคลเซียมในเลือดสูง หรือนิ่วในไต |
| โรโมโซซูแมบ | สร้างกระดูกใหม่และลดการสลายไปพร้อมกัน ใช้เป็นชุดการรักษานาน 12 เดือน | เคยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือโรคหลอดเลือดสมอง |
การผ่าตัด
กระดูกพรุนเองไม่ได้รักษาด้วยการผ่าตัด การผ่าตัดเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อ กระดูกหักไปแล้ว เช่น การผ่าตัดยึดตรึงหรือเปลี่ยนข้อสะโพกเมื่อสะโพกหัก หรือการฉีดซีเมนต์เข้ากระดูกสันหลังในผู้ป่วยบางรายที่กระดูกสันหลังยุบและปวดมากจนดูแลด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล
สิ่งที่สำคัญพอ ๆ กับการผ่าตัดคือ หลังจากหักแล้วต้องเริ่มยารักษากระดูกพรุน เพราะคนที่เคยหักหนึ่งครั้งมีโอกาสหักซ้ำสูงมาก

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
การขยับตัวคือส่วนหนึ่งของการรักษา ไม่ใช่ของแถม ท่าด้านล่างคัดมาให้เหมาะกับคนที่กระดูกบาง ทำช้า ๆ และหยุดทันทีหากเจ็บหรือเวียนศีรษะ
ฝึกการทรงตัว
ลุกยืนจากเก้าอี้โดยจับที่พยุง
2 รอบ · 10 ครั้ง
นั่งตรงขอบเก้าอี้ วางเท้าห่างกันเท่าช่วงสะโพก จับที่วางแขนหรือขอบโต๊ะ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ จากนั้นค่อย ๆ นั่งลงโดยไม่ทิ้งตัว
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ยืนย่ำเท้าอยู่กับที่
ข้างละ 10 ครั้ง
ยืนตรงหลังเก้าอี้ จับพนักไว้ทั้งสองมือ ยกเข่าขึ้นสลับซ้าย-ขวาช้า ๆ ให้สูงระดับสะโพกเท่าที่ทำได้ ยืนตัวตรงและหายใจตามปกติ

โยกน้ำหนักตัวซ้าย-ขวา
ข้างละ 10 ครั้ง · ค้างไว้ 3 วินาที
ยืนจับพนักเก้าอี้ เท้าห่างกันเท่าช่วงไหล่ ค่อย ๆ ถ่ายน้ำหนักไปที่ขาซ้ายจนขาขวาเบาลง ค้างไว้ 3 วินาที แล้วสลับข้าง
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ยืนเท้าเรียงต่อกัน
3 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
ยืนหันข้างเข้าหากำแพง วางส้นเท้าหน้าชิดปลายเท้าหลังให้เป็นเส้นตรง กางแขนเล็กน้อยเพื่อช่วยทรงตัว ยืนค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับเท้าหน้า

สร้างความแข็งแรง
เขย่งปลายเท้า
2 รอบ · 15 ครั้ง · ค้างไว้ 2 วินาที
ยืนจับพนักเก้าอี้ ค่อย ๆ เขย่งส้นเท้าขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่ทำได้ ค้างไว้ 2 วินาที แล้วลดส้นลงช้า ๆ จนแตะพื้น

ดันกำแพง
2 รอบ · 10 ครั้ง
ยืนหันหน้าเข้ากำแพง ห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน วางฝ่ามือบนกำแพงระดับไหล่ งอศอกให้ตัวเข้าใกล้กำแพงโดยลำตัวตรง แล้วดันกลับ

ดูแลท่าทางและกระดูกสันหลัง
ก้มโดยพับสะโพก ไม่งอหลัง
10 ครั้ง
ยืนเท้าห่างเท่าช่วงสะโพก แขม่วหน้าท้องเล็กน้อย ดันสะโพกไปด้านหลังพร้อมงอเข่าเล็กน้อย โดยรักษาหลังให้ตรงเหมือนไม้บรรทัด แล้วยืดตัวขึ้นโดยใช้กล้ามเนื้อสะโพก
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
เก็บคาง ยืดคอ
2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที
นั่งหรือยืนตัวตรง มองตรงไปข้างหน้า เก็บคางเข้าหาลำคอเบา ๆ เหมือนทำคางสองชั้น ค้างไว้ 5 วินาที แล้วผ่อน ไม่ต้องก้มหรือเงยหน้า
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
หนีบสะบัก
2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที
นั่งหรือยืนตัวตรง ปล่อยแขนข้างลำตัว บีบสะบักทั้งสองข้างเข้าหากันเหมือนหนีบดินสอไว้ตรงกลางหลัง ค้าง 5 วินาที แล้วผ่อน ไหล่ไม่ยกขึ้น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
วิธีหยิบของจากพื้นอย่างปลอดภัย
ฝึก 5 ครั้ง
เข้าไปใกล้ของให้มากที่สุด ย่อเข่าลงหรือคุกเข่าข้างหนึ่ง โดยรักษาหลังให้ตรง ใช้มือข้างหนึ่งยันที่ต้นขาหรือเฟอร์นิเจอร์ หยิบของแล้วดันตัวขึ้นด้วยแรงขา ห้ามก้มหลังบิดตัวขณะยกของ
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
วัดความก้าวหน้าของตัวเอง
การทดสอบสองอย่างนี้ทำเองที่บ้านได้ และเป็นตัวเลขที่แพทย์ใช้ได้จริง
ลุก-นั่งเก้าอี้ 30 วินาที — นั่งกลางเก้าอี้ กอดอกไว้ ลุกขึ้นยืนให้สุดแล้วนั่งลง ทำซ้ำให้ได้มากที่สุดใน 30 วินาที แล้วนับจำนวนครั้ง เกณฑ์ผ่านต่างกันตามอายุและเพศ ให้นำตัวเลขไปให้แพทย์ดู

ลุกเดินจับเวลา (Timed Up and Go) — ลุกจากเก้าอี้ เดินไปข้างหน้า 3 เมตร เลี้ยวกลับ เดินกลับมานั่ง จับเวลาตั้งแต่เริ่มลุกจนนั่งลง ถ้าใช้เวลา 12 วินาทีขึ้นไป แปลว่าเสี่ยงล้มมากขึ้น ควรบอกแพทย์

การป้องกันและการดูแลตนเอง
กระดูกที่แข็งแรงขึ้นช่วยได้ก็ต่อเมื่อคุณไม่ล้ม การป้องกันการล้มจึงมีน้ำหนักเท่ากับการรักษากระดูก
บ้านที่ปลอดภัย
ห้องนอน — มีไฟกลางคืนที่เปิดได้ง่าย ทางเดินจากเตียงไปห้องน้ำโล่ง มีโทรศัพท์วางใกล้เตียง และเตียงสูงพอดีจนนั่งแล้วเท้าแตะพื้น

ห้องน้ำ — มีราวจับข้างโถส้วมและในที่อาบน้ำ มีแผ่นกันลื่น พื้นแห้งเสมอ และสว่างพอทั้งกลางวันและกลางคืน

บันได — มีราวจับที่มั่นคงอย่างน้อยหนึ่งข้างตลอดแนว ขอบขั้นเห็นชัดหรือมีแถบสีตัดกัน แสงสว่างพอและมีสวิตช์ไฟทั้งบนและล่าง ไม่มีของวางบนขั้นบันได

ห้องครัว — ของที่ใช้บ่อยอยู่ในระดับเอวถึงไหล่ ไม่ต้องปีนหรือเขย่ง มีแผ่นกันลื่นหน้าอ่างล้างจาน ไม่มีสายไฟพาดผ่านทางเดิน และเช็ดน้ำหรือน้ำมันที่หกทันที

รอบบ้าน — ไม่มีพรมเช็ดเท้าที่เลื่อนได้ขวางทางเข้าบ้าน ทางต่างระดับหรือธรณีประตูเห็นชัด และมีไฟส่องสว่างตอนกลางคืน

สามเรื่องที่มักถูกมองข้าม
รองเท้า — ใส่รองเท้าหุ้มส้น พื้นยางกันลื่น ขนาดพอดีเท้า ไม่ใส่รองเท้าแตะหลวม ๆ หรือเดินเท้าเปล่าหรือใส่ถุงเท้าบนพื้นลื่น
สายตา — ตรวจสายตาอย่างน้อยปีละครั้ง และถ้าใช้แว่นหลายระยะ ควรระวังเป็นพิเศษเวลาเดินลงบันได
ยาที่อาจทำให้ล้มง่าย — ยานอนหลับ ยาคลายกังวล ยาลดความดันบางตัว ยาแก้แพ้ และเหล้า ทำให้ง่วงหรือหน้ามืดได้ ปีละครั้งให้เอายาทุกตัวที่กินไปให้แพทย์ดู
คำถามที่ควรถามแพทย์
- ผลตรวจความหนาแน่นกระดูกของฉันอยู่ที่เท่าไร และแปลว่าอะไร
- โอกาสกระดูกหักใน 10 ปีข้างหน้าของฉันประมาณเท่าไร
- ฉันควรเริ่มใช้ยารักษากระดูกพรุนหรือยัง และเพราะอะไร
- ยาที่แนะนำมีผลข้างเคียงอะไรที่ฉันควรรู้ และต้องใช้นานแค่ไหน
- ฉันควรได้แคลเซียมและวิตามินดีวันละเท่าไร และควรได้จากอาหารหรืออาหารเสริม
คำถามที่พบบ่อย
กระดูกพรุนมีอาการอย่างไร
ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลยจนกว่าจะหัก จึงมักเรียกกันว่าโรคเงียบ สัญญาณที่พอสังเกตได้คือส่วนสูงลดลง หลังค่อมมากขึ้น หรือกระดูกหักจากการล้มเบา ๆ ที่ปกติไม่น่าจะทำให้หักได้
T-score คืออะไร
T-score คือตัวเลขที่บอกว่ากระดูกของคุณแน่นแค่ไหน เทียบกับคนหนุ่มสาวที่กระดูกปกติ ตั้งแต่ -1 ขึ้นไปคือปกติ ระหว่าง -1 ถึง -2.5 คือเริ่มบาง และ -2.5 หรือต่ำกว่าคือกระดูกพรุน
กินแคลเซียมอย่างเดียวพอไหม
ไม่พอ แคลเซียมและวิตามินดีเป็นอาหารเสริม ไม่ใช่ยารักษากระดูกพรุน ทั้งสองอย่างจำเป็นเพื่อให้ยาทำงานได้ดี แต่ในผู้ที่กระดูกพรุนแล้ว ส่วนใหญ่ต้องใช้ยาช่วยร่วมด้วย
ต้องกินยาไปตลอดชีวิตหรือไม่
ไม่เสมอไป ยาแต่ละชนิดมีระยะเวลาการใช้ต่างกัน และแพทย์จะทบทวนเป็นระยะ สิ่งที่สำคัญคือห้ามหยุดยาเอง ยาบางชนิดโดยเฉพาะยาฉีดเดโนซูแมบ ถ้าหยุดเองอาจทำให้กระดูกสันหลังยุบหลายข้อพร้อมกัน
ออกกำลังกายแบบไหนที่ควรเลี่ยง
หลีกเลี่ยงท่าซิทอัพ ท่าก้มแตะปลายเท้าโดยขาตรง การบิดตัวแรง ๆ และการยกของหนักโดยก้มหลัง เพราะเพิ่มแรงกดที่กระดูกสันหลัง
ผู้ชายเป็นกระดูกพรุนได้ไหม
ได้ และมักถูกมองข้าม โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปตรวจทุกคน ส่วนผู้ชายอายุ 50–69 ปีที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าจัด หรือใช้ยาสเตียรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจ
แหล่งอ้างอิง
แอปช่วยดูแลตัวเองสำหรับภาวะนี้
ใช้งานฟรี จัดทำโดยผู้เขียนบทความนี้เอง
ดูแลกระดูกพรุน
ช่วยประเมินความเสี่ยงกระดูกหักและการล้ม คำนวณแคลเซียมและวิตามินดีที่ได้รับในแต่ละวัน และแนะนำท่าฝึกการทรงตัวพร้อมคลิปสาธิต
เปิดแอปอ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ
