ยาบรรเทาปวด — กลุ่มยาและสิ่งที่ควรรู้

ยาแก้ปวดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มทำงานคนละแบบและมีข้อควรระวังคนละอย่าง หน้านี้อธิบายภาพรวมเพื่อให้คุณคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรได้ ไม่ใช่เพื่อให้เลือกยาเอง

หัวข้อในหน้านี้

ยาทำหน้าที่อะไรในการรักษา

ในภาวะกระดูกและข้อส่วนใหญ่ ยาไม่ใช่การรักษาหลัก แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้การรักษาหลักเป็นไปได้ ถ้าคุณปวดจนขยับไม่ได้ คุณก็ทำกายภาพบำบัดไม่ได้ ยาจึงมีไว้เพื่อเปิดหน้าต่างให้คุณเคลื่อนไหวและฟื้นฟู

นั่นเปลี่ยนวิธีใช้ยาไปพอสมควร เป้าหมายไม่ใช่ “ไม่ปวดเลย” แต่คือ “ปวดน้อยพอที่จะทำสิ่งที่ควรทำได้”

แพทย์และผู้ป่วยนั่งคุยกันที่โต๊ะตรวจ บนโต๊ะมียาเม็ด ยาหลอดสำหรับทา และขวดยา พร้อมภาพข้อเข่าบนจอและบนผนัง
ยาเป็นเครื่องมือที่ทำให้ขยับได้ ไม่ใช่เป้าหมายของการรักษาภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

กลุ่มยาที่ใช้บ่อย

ยาลดไข้แก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล

ใช้กันแพร่หลายและมีผลต่อกระเพาะน้อย ข้อควรระวังหลักคือ ตับ โดยเฉพาะในผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำหรือมีโรคตับ และต้องระวังการได้รับซ้ำซ้อน เพราะยาแก้หวัดและยาแก้ปวดสูตรผสมหลายชนิดมีตัวยานี้อยู่ด้วย

ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

ลดทั้งความปวดและการอักเสบ จึงมักได้ผลดีในภาวะที่มีการอักเสบร่วมด้วย ข้อควรระวังคือ กระเพาะอาหาร ไต ความดันโลหิต และหัวใจ ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคหัวใจ ผู้ที่เคยมีแผลในกระเพาะ และผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด

ชนิดทาเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับข้อที่อยู่ตื้น เช่น เข่า มือ และข้อศอก เพราะยาซึมเข้ากระแสเลือดน้อยกว่าชนิดกินมาก

สองภาพเปรียบเทียบกัน ด้านหนึ่งผู้หญิงบีบยาทาลงบนเข่าโดยมีลูกศรชี้เข้าสู่ข้อเฉพาะที่ อีกด้านหนึ่งผู้ชายกลืนยาเม็ดพร้อมน้ำ โดยมีภาพร่างกายแสดงหัวใจ กระเพาะอาหารและไตที่ยาเดินทางไปถึง
ยาทาออกฤทธิ์อยู่ตรงที่ทา ส่วนยากินเดินทางไปทั่วร่างกาย ทั้งหัวใจ กระเพาะอาหาร และไตภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ยาคลายกล้ามเนื้อ

ใช้ในบางกรณีที่มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อร่วมด้วย มักทำให้ง่วง จึงต้องระวังการขับรถและการทำงานกับเครื่องจักร และควรใช้ระยะสั้น

ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท

ในอาการปวดที่มาจากเส้นประสาท เช่น ปวดร้าวลงขาหรือชาปลายมือ แพทย์อาจพิจารณายากลุ่มที่ทำงานกับสัญญาณประสาทโดยตรง ซึ่งต่างจากยาแก้ปวดทั่วไป ยากลุ่มนี้ต้องปรับขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีผลข้างเคียงเฉพาะตัว

ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์

แนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบันจำกัดการใช้ในอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเรื้อรังอย่างมาก เพราะประโยชน์ระยะยาวจำกัดและมีความเสี่ยงเรื่องการติดยา หากได้รับยากลุ่มนี้ ควรมีแผนชัดเจนว่าจะใช้นานเท่าไรและจะหยุดอย่างไร

เภสัชกรยื่นขวดยาให้ผู้รับบริการข้ามเคาน์เตอร์ร้านยา บนเคาน์เตอร์มียาหลายชนิดและกล่องจัดยารายวัน
เภสัชกรตอบเรื่องยาซ้ำซ้อนและยาตีกันได้ โดยไม่ต้องรอนัดครั้งหน้าภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การฉีดกับการกิน ไม่เหมือนกัน

บางคนเข้าใจว่าการฉีดยาคือ “ยาแรงกว่า” แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกัน งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ที่เปรียบเทียบการฉีดยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์กับการฉีดสเตียรอยด์ในนิ้วล็อก พบว่าที่ 12 ถึง 24 สัปดาห์ ผลด้านการหายของอาการไม่ต่างกันอย่างชัดเจน และกลุ่มที่ได้รับยาต้านการอักเสบมีสัดส่วนผู้ที่ยังมีอาการปานกลางถึงรุนแรงมากกว่า ด้วยหลักฐานที่ยังมีความเชื่อมั่นต่ำ

เรื่องการฉีดยามีรายละเอียดของตัวเอง อ่านต่อได้ที่หน้า การฉีดยาเข้าข้อ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

คำถามที่ควรถามแพทย์หรือเภสัชกร

  • ยาที่ได้รับ อยู่ในกลุ่มใด และควรใช้นานเท่าไร
  • ยานี้ตีกับยาหรืออาหารเสริมที่ฉันใช้อยู่หรือไม่
  • ด้วยโรคประจำตัวของฉัน มียากลุ่มใดที่ควรเลี่ยง
  • อาการข้างเคียงแบบใดที่ต้องหยุดยาและมาพบแพทย์ทันที
  • ถ้ายานี้ไม่ได้ผล ทางเลือกถัดไปคืออะไร

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมหน้านี้ไม่บอกขนาดยา

เพราะขนาดที่เหมาะสมขึ้นกับน้ำหนัก อายุ การทำงานของตับและไต โรคประจำตัว และยาอื่นที่คุณใช้อยู่ เว็บไซต์นี้มองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น ขนาดยาต้องมาจากแพทย์หรือเภสัชกรที่ทราบข้อมูลของคุณ

ยาทาได้ผลจริงไหม

ยาต้านการอักเสบชนิดทาได้รับการแนะนำในแนวทางเวชปฏิบัติหลายฉบับสำหรับข้อที่อยู่ตื้น เช่น เข่าและมือ ข้อดีคือยาเข้าสู่กระแสเลือดน้อยกว่าชนิดกิน จึงมีผลต่อกระเพาะและไตน้อยกว่า

กินยาแก้ปวดแล้วหายปวด แปลว่าหายแล้วใช่ไหม

ไม่ใช่ ยาลดความปวดแต่ไม่ได้แก้สาเหตุ เป้าหมายของยาคือทำให้คุณขยับและฟื้นฟูได้ ไม่ใช่เพื่อกลบอาการแล้วกลับไปใช้งานหนักเท่าเดิม

แหล่งอ้างอิง

  1. Lin I และคณะ. What does best practice care for musculoskeletal pain look like? Eleven consistent recommendations from high-quality clinical practice guidelines: systematic review. Br J Sports Med. 2019
  2. Leow MQH และคณะ. Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) for trigger finger. Cochrane Database Syst Rev. 2021

โรคและภาวะที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ