ยาบรรเทาปวด — กลุ่มยาและสิ่งที่ควรรู้
ยาแก้ปวดมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มทำงานคนละแบบและมีข้อควรระวังคนละอย่าง หน้านี้อธิบายภาพรวมเพื่อให้คุณคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรได้ ไม่ใช่เพื่อให้เลือกยาเอง
ยาทำหน้าที่อะไรในการรักษา
ในภาวะกระดูกและข้อส่วนใหญ่ ยาไม่ใช่การรักษาหลัก แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้การรักษาหลักเป็นไปได้ ถ้าคุณปวดจนขยับไม่ได้ คุณก็ทำกายภาพบำบัดไม่ได้ ยาจึงมีไว้เพื่อเปิดหน้าต่างให้คุณเคลื่อนไหวและฟื้นฟู
นั่นเปลี่ยนวิธีใช้ยาไปพอสมควร เป้าหมายไม่ใช่ “ไม่ปวดเลย” แต่คือ “ปวดน้อยพอที่จะทำสิ่งที่ควรทำได้”

กลุ่มยาที่ใช้บ่อย
ยาลดไข้แก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล
ใช้กันแพร่หลายและมีผลต่อกระเพาะน้อย ข้อควรระวังหลักคือ ตับ โดยเฉพาะในผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำหรือมีโรคตับ และต้องระวังการได้รับซ้ำซ้อน เพราะยาแก้หวัดและยาแก้ปวดสูตรผสมหลายชนิดมีตัวยานี้อยู่ด้วย
ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)
ลดทั้งความปวดและการอักเสบ จึงมักได้ผลดีในภาวะที่มีการอักเสบร่วมด้วย ข้อควรระวังคือ กระเพาะอาหาร ไต ความดันโลหิต และหัวใจ ความเสี่ยงสูงขึ้นในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคหัวใจ ผู้ที่เคยมีแผลในกระเพาะ และผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด
ยากลุ่มที่ลดการอักเสบโดยไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น กลุ่มไอบูโพรเฟนและกลุ่มไดโคลฟีแนค ชนิดทาเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับข้อที่อยู่ตื้น เช่น เข่า มือ และข้อศอก เพราะยาซึมเข้ากระแสเลือดน้อยกว่าชนิดกินมาก

ยาคลายกล้ามเนื้อ
ใช้ในบางกรณีที่มีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อร่วมด้วย มักทำให้ง่วง จึงต้องระวังการขับรถและการทำงานกับเครื่องจักร และควรใช้ระยะสั้น
ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท
ในอาการปวดที่มาจากเส้นประสาท เช่น ปวดร้าวลงขาหรือชาปลายมือ แพทย์อาจพิจารณายากลุ่มที่ทำงานกับสัญญาณประสาทโดยตรง ซึ่งต่างจากยาแก้ปวดทั่วไป ยากลุ่มนี้ต้องปรับขนาดอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีผลข้างเคียงเฉพาะตัว
ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์
แนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบันจำกัดการใช้ในอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกเรื้อรังอย่างมาก เพราะประโยชน์ระยะยาวจำกัดและมีความเสี่ยงเรื่องการติดยา หากได้รับยากลุ่มนี้ ควรมีแผนชัดเจนว่าจะใช้นานเท่าไรและจะหยุดอย่างไร

การฉีดกับการกิน ไม่เหมือนกัน
บางคนเข้าใจว่าการฉีดยาคือ “ยาแรงกว่า” แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกัน งานทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane ที่เปรียบเทียบการฉีดยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์กับการฉีดสเตียรอยด์ในนิ้วล็อก พบว่าที่ 12 ถึง 24 สัปดาห์ ผลด้านการหายของอาการไม่ต่างกันอย่างชัดเจน และกลุ่มที่ได้รับยาต้านการอักเสบมีสัดส่วนผู้ที่ยังมีอาการปานกลางถึงรุนแรงมากกว่า ด้วยหลักฐานที่ยังมีความเชื่อมั่นต่ำ
เรื่องการฉีดยามีรายละเอียดของตัวเอง อ่านต่อได้ที่หน้า การฉีดยาเข้าข้อ
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
คำถามที่ควรถามแพทย์หรือเภสัชกร
- ยาที่ได้รับ อยู่ในกลุ่มใด และควรใช้นานเท่าไร
- ยานี้ตีกับยาหรืออาหารเสริมที่ฉันใช้อยู่หรือไม่
- ด้วยโรคประจำตัวของฉัน มียากลุ่มใดที่ควรเลี่ยง
- อาการข้างเคียงแบบใดที่ต้องหยุดยาและมาพบแพทย์ทันที
- ถ้ายานี้ไม่ได้ผล ทางเลือกถัดไปคืออะไร
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมหน้านี้ไม่บอกขนาดยา
เพราะขนาดที่เหมาะสมขึ้นกับน้ำหนัก อายุ การทำงานของตับและไต โรคประจำตัว และยาอื่นที่คุณใช้อยู่ เว็บไซต์นี้มองไม่เห็นสิ่งเหล่านั้น ขนาดยาต้องมาจากแพทย์หรือเภสัชกรที่ทราบข้อมูลของคุณ
ยาทาได้ผลจริงไหม
ยาต้านการอักเสบชนิดทาได้รับการแนะนำในแนวทางเวชปฏิบัติหลายฉบับสำหรับข้อที่อยู่ตื้น เช่น เข่าและมือ ข้อดีคือยาเข้าสู่กระแสเลือดน้อยกว่าชนิดกิน จึงมีผลต่อกระเพาะและไตน้อยกว่า
กินยาแก้ปวดแล้วหายปวด แปลว่าหายแล้วใช่ไหม
ไม่ใช่ ยาลดความปวดแต่ไม่ได้แก้สาเหตุ เป้าหมายของยาคือทำให้คุณขยับและฟื้นฟูได้ ไม่ใช่เพื่อกลบอาการแล้วกลับไปใช้งานหนักเท่าเดิม
แหล่งอ้างอิง
- Lin I และคณะ. What does best practice care for musculoskeletal pain look like? Eleven consistent recommendations from high-quality clinical practice guidelines: systematic review. Br J Sports Med. 2019
- Leow MQH และคณะ. Non-steroidal anti-inflammatory drugs (NSAIDs) for trigger finger. Cochrane Database Syst Rev. 2021
โรคและภาวะที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ




