การฟื้นฟูอาการปวดหลัง

สำหรับอาการปวดหลังเรื้อรัง การขยับต่อได้ผลดีกว่าการนอนพัก และไม่มีท่าวิเศษท่าเดียวที่เหนือกว่าท่าอื่นชัดเจน สิ่งที่ได้ผลคือการทำอย่างสม่ำเสมอในรูปแบบที่คุณทำได้จริง

หัวข้อในหน้านี้

เริ่มจากความเข้าใจที่ถูก

ความเชื่อที่ว่า “ปวดหลังต้องนอนพัก” เป็นสิ่งที่แนวทางเวชปฏิบัติสมัยใหม่เปลี่ยนไปแล้ว การทบทวนแนวทางคุณภาพสูงสำหรับอาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก สรุปข้อแนะนำที่ตรงกันไว้ 11 ข้อ ซึ่งรวมถึงการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย การส่งเสริมการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกาย และการพยายามให้ผู้ป่วยยังทำงานต่อได้

หลังของคุณแข็งแรงกว่าที่หลายคนคิด และความปวดไม่ได้เท่ากับความเสียหายเสมอไป ความเข้าใจข้อนี้เองมีผลต่อการฟื้นตัว เพราะความกลัวการเคลื่อนไหวทำให้คนขยับน้อยลง กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง และปวดมากขึ้นในระยะยาว

รูปแบบใดได้ผล

งานทบทวนวรรณกรรมพร้อมการวิเคราะห์อภิมานแบบเครือข่าย รวมงานวิจัยแบบสุ่ม 75 ชิ้น ผู้เข้าร่วม 5,254 ราย เปรียบเทียบการออกกำลังกาย 20 รูปแบบสำหรับอาการปวดหลังเรื้อรัง

ผลคือ ไทเก๊ก โยคะ พิลาทิส และการฝึกด้วยสายสลิง ให้ผลด้านความปวดดีกว่าการฟื้นฟูแบบทั่วไป และโยคะกับการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางให้ผลด้านการใช้งานร่างกายดีกว่า

แต่ผู้วิจัยสรุปเองว่า เนื่องจากข้อจำกัดด้านคุณภาพและจำนวนของงานที่นำมารวม จึงยังไม่สามารถแนะนำรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งอย่างชี้ชัดได้ ต้องรอการวิจัยที่ใหญ่และมีคุณภาพสูงกว่านี้

สามภาพ ได้แก่ การเดินในบ้าน ท่ายกสะโพกขึ้นบนเสื่อ และท่าก้มโดยพับสะโพกในท่ายืนโดยให้หลังตรง
โปรแกรมหลังส่วนใหญ่มีสามอย่างนี้ การเดิน งานของแกนกลางลำตัว และการฝึกท่าทางในชีวิตจริงภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

แนวทางในช่วงต่าง ๆ

ช่วงที่ปวดมาก ลดกิจกรรมที่ทำให้ปวดแปลบ แต่ยังคงเดินและขยับตัว เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ไม่นั่งหรือยืนท่าเดียวนาน หากต้องใช้ยาแก้ปวด ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่ากลุ่มใดเหมาะกับคุณ

ช่วงกลาง เริ่มท่าที่ทำให้หลังเคลื่อนไหวได้เต็มช่วงอย่างนุ่มนวล และเริ่มฝึกกล้ามเนื้อรอบลำตัวและสะโพก

ช่วงกลับไปใช้งาน ฝึกท่าที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณต้องทำจริง โดยเฉพาะการยกของ ให้ฝึกการยกที่ควบคุมได้และเพิ่มน้ำหนักทีละน้อย แทนที่จะหลีกเลี่ยงการยกของไปตลอด

สามภาพ ได้แก่ นอนบนเสื่อแล้วกอดเข่าข้างหนึ่งเข้าหาอก ท่าคลานแล้วเหยียดแขนและขาสลับข้าง และการยกตะกร้าผ้าจากเก้าอี้โดยย่อเข่าลง
ท่าจากช่วงต้น ช่วงกลาง และช่วงกลับไปทำงานบ้านตามปกติภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การกลับไปทำงาน

หนึ่งใน 11 ข้อแนะนำที่ตรงกันในแนวทางเวชปฏิบัติคุณภาพสูงคือ พยายามให้ผู้ป่วยยังทำงานต่อได้ การหยุดงานยาวมักไม่ได้ช่วยให้หายเร็วขึ้น และทำให้กลับไปทำงานได้ยากขึ้น

หากงานของคุณต้องยกของหนักหรืออยู่ในท่าเดิมนาน ให้คุยกับแพทย์เรื่องการปรับงานชั่วคราว เช่น ลดน้ำหนักที่ยก หรือสลับงานให้ได้เปลี่ยนท่า แทนการหยุดทั้งหมด

ผู้ชายยกกล่องขึ้นโดยพับสะโพกและย่อเข่าลง มีภาพจาง ๆ ของท่ายืนตรงอยู่ด้านหลังแสดงท่าเริ่มต้น
ภาพจาง ๆ ด้านหลังคือท่าเริ่มต้น ส่วนภาพหน้าคือการยกโดยพับสะโพกและย่อเข่าลงภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

คำถามที่ควรถามแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

  • อาการของฉันน่าจะมาจากอะไร และมีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือไม่
  • ฉันควรเริ่มด้วยรูปแบบใด และควรทำสัปดาห์ละกี่ครั้ง
  • กิจกรรมใดที่ควรลดในตอนนี้ และจะกลับไปทำได้เมื่อไหร่
  • ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าอาการที่เพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติหรือเป็นสัญญาณเตือน
  • ควรปรับงานหรือท่าทางในการทำงานอย่างไร

คำถามที่พบบ่อย

ควรนอนพักไหม

การนอนพักสนิทนาน ๆ ไม่ได้ช่วย และมักทำให้ฟื้นตัวช้าลง แนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบันแนะนำให้เคลื่อนไหวต่อเท่าที่ทำได้ อาจลดกิจกรรมที่หนักลงชั่วคราวในช่วงที่ปวดมาก แต่ไม่ควรหยุดนิ่งหลายวัน

ท่าไหนดีที่สุดสำหรับปวดหลัง

งานวิเคราะห์เครือข่ายพบว่าหลายรูปแบบให้ผลดีกว่าการไม่ทำอะไร รวมถึงไทเก๊ก โยคะ พิลาทิส และการฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง แต่ยังไม่มีรูปแบบใดที่พิสูจน์ได้ชัดว่าเหนือกว่ารูปแบบอื่นทั้งหมด ท่าที่คุณทำได้ต่อเนื่องคือท่าที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ต้องใส่เข็มขัดพยุงหลังไหม

เข็มขัดพยุงหลังอาจช่วยให้บางคนรู้สึกมั่นใจขึ้นในช่วงที่ต้องยกของ แต่ไม่ควรใส่ตลอดเวลาแทนการฝึกกล้ามเนื้อ หากคุณรู้สึกว่าขาดไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์

แหล่งอ้างอิง

  1. Li Y และคณะ. Exercise intervention for patients with chronic low back pain: a systematic review and network meta-analysis. Front Public Health. 2023
  2. Lin I และคณะ. What does best practice care for musculoskeletal pain look like? Eleven consistent recommendations from high-quality clinical practice guidelines: systematic review. Br J Sports Med. 2019

โรคและภาวะที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ