กระดูกสันหลัง

ปวดหลัง

อาการปวดหลังส่วนล่างพบได้บ่อยมากและส่วนใหญ่ดีขึ้นเองภายในไม่กี่สัปดาห์ สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าอาการแบบใดที่ควรไปพบแพทย์ และรู้ว่าการขยับตัวช่วยได้มากกว่าการนอนพัก

หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน เอามือทั้งสองข้างกดหลังส่วนล่างซึ่งมีแสงสีแดงกระจายอยู่
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

หลังส่วนล่างของคุณประกอบด้วยกระดูกสันหลังห้าข้อ หมอนรองกระดูกที่คั่นอยู่ระหว่างข้อ ข้อต่อเล็ก ๆ ด้านหลัง เอ็น และกล้ามเนื้อหลายชั้น โครงสร้างเหล่านี้ต้องรับน้ำหนักตัวและควบคุมการเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แพทย์ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าโครงสร้างใดเป็นต้นเหตุ และนั่นไม่ใช่ปัญหา อาการปวดหลังกลุ่มนี้เรียกว่า ปวดหลังที่ไม่มีสาเหตุจำเพาะ (non-specific low back pain) ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบมากที่สุด และเป็นกลุ่มที่ดีขึ้นได้เองเป็นส่วนใหญ่

ภาพวาดกายวิภาคของกระดูกสันหลังส่วนล่างและเชิงกรานมองจากด้านหลัง แสดงกล้ามเนื้อสองข้างแนวกระดูกสันหลัง โดยมีแสงสีแดงกระจายทั่วบริเวณหลังส่วนล่าง
อาการปวดหลังส่วนใหญ่มาจากบริเวณกว้าง ไม่ได้ชี้ไปที่โครงสร้างชิ้นใดชิ้นหนึ่งภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

  • ปวดตื้อ ๆ หรือปวดเมื่อยบริเวณเอวและหลังส่วนล่าง
  • ปวดมากขึ้นเมื่อก้ม บิดตัว นั่งนาน หรือยืนนาน
  • กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวจนขยับลำบากในสองสามวันแรก
  • อาจปวดร้าวลงก้นหรือต้นขาด้านหลัง

ถ้าปวดร้าวลงขาเลยเข่าไป หรือมีอาการชาและอ่อนแรงที่ขา อาการลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทที่ถูกกดหรือระคายเคือง ซึ่งมีบทความแยกไว้เรื่องปวดร้าวลงขา

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • ท่าทางและการใช้งานที่หนักเกินกำลังในช่วงสั้น ๆ เช่น ยกของหนักผิดท่า หรือทำสวนทั้งวันหลังจากไม่ได้ทำมานาน
  • การนั่งนานและขยับตัวน้อย
  • กล้ามเนื้อลำตัวและสะโพกที่ไม่แข็งแรงพอ
  • น้ำหนักตัวที่มาก
  • การสูบบุหรี่
  • ความเครียด การนอนไม่พอ และความกังวล ซึ่งมีผลต่อความปวดจริงและต่อการฟื้นตัว
  • อายุที่มากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกและข้อต่อเสื่อมลง

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

นอกเหนือจากสัญญาณเตือนข้างต้น ควรไปพบแพทย์เมื่อ

  • ปวดไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไปสี่ถึงหกสัปดาห์
  • ปวดจนทำงานหรือดูแลตัวเองไม่ได้
  • ปวดร้าวลงขาเลยเข่า หรือชาและอ่อนแรงที่ขา
  • คุณอายุมากกว่า 50 ปีและเพิ่งเริ่มปวดหลังเป็นครั้งแรก

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

การซักประวัติและตรวจร่างกาย เป็นหัวใจ แพทย์จะถามว่าเริ่มปวดเมื่อไหร่ ปวดตรงไหน ร้าวลงขาหรือไม่ อะไรทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง และตรวจหาสัญญาณเตือนอย่างเป็นระบบ จากนั้นตรวจการเดิน พิสัยการเคลื่อนไหวของหลัง กำลังของขา ความรู้สึก และรีเฟล็กซ์

การตรวจภาพ ไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ในช่วงแรก แพทย์จะพิจารณาเมื่อมีสัญญาณเตือน มีอาการทางระบบประสาทที่ชัดเจน หรืออาการไม่ดีขึ้นตามที่ควร

การตรวจเลือด อาจทำเมื่อสงสัยการติดเชื้อหรือโรคข้ออักเสบ

แนวทางการรักษา

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

ขยับต่อ เป็นคำแนะนำแรกและสำคัญที่สุด กลับไปทำกิจวัตรตามปกติเท่าที่ทำได้ให้เร็วที่สุด เดินสั้น ๆ บ่อย ๆ ดีกว่านอนนิ่ง

ออกกำลังกาย เป็นการรักษาที่มีหลักฐานสนับสนุนดีที่สุดสำหรับอาการปวดหลังเรื้อรัง แบบที่คุณทำได้ต่อเนื่องคือแบบที่ดีที่สุด

ยาแก้ปวด พาราเซตามอลและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อาจช่วยให้คุณขยับได้ ยาคลายกล้ามเนื้อใช้ในช่วงสั้น ๆ ได้ในบางราย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะถ้ามีโรคกระเพาะ โรคไต หรือกินยาละลายลิ่มเลือด

ประคบร้อน ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อในหลายคน ห่อผ้าและใช้ไม่เกิน 20 นาที

กายภาพบำบัดและการดูแลด้วยมือ อาจช่วยลดความปวดในระยะสั้น และมักได้ผลดีที่สุดเมื่อทำร่วมกับโปรแกรมออกกำลังกาย

การนอนและความเครียด การนอนไม่พอและความกังวลทำให้ความปวดรุนแรงขึ้นจริง ไม่ใช่เรื่องของจิตใจอย่างเดียว การจัดการเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา

การผ่าตัด

การผ่าตัดไม่ใช่การรักษาของอาการปวดหลังที่ไม่มีสาเหตุจำเพาะ แพทย์จะพิจารณาเฉพาะเมื่อพบสาเหตุที่ชัดเจนและแก้ได้ด้วยการผ่าตัด เช่น เส้นประสาทถูกกดทับจนอ่อนแรง โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบที่ทำให้เดินได้ระยะสั้นลงเรื่อย ๆ หรือกระดูกสันหลังไม่มั่นคง

ภาพสามช่อง ช่องแรกหญิงคนหนึ่งเดินอยู่ในสวน ช่องที่สองยืนทำงานที่โต๊ะปรับระดับ ช่องที่สามนอนหงายบนเสื่อโดยชันเข่าและยกสะโพกขึ้น
การเคลื่อนไหวต่อเนื่อง การเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ และการออกกำลังกายเบา ๆ เป็นแกนของการดูแลภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู

ท่าเหล่านี้เน้นการขยับและการควบคุมลำตัว หยุดถ้าปวดแปลบหรือปวดร้าวลงขามากขึ้น

โยกเชิงกรานในท่านอน

2 รอบ · 10 ครั้ง

นอนหงายชันเข่าทั้งสองข้าง วางเท้าราบกับพื้น ค่อย ๆ แบนหลังส่วนล่างลงแนบพื้นโดยแขม่วหน้าท้องเบา ๆ ค้างไว้ 5 วินาที แล้วผ่อน

ข้อสังเกต เป็นการขยับเล็ก ๆ ไม่ต้องยกก้นขึ้น

นอนหงายบนเสื่อ งอเข่าทั้งสองข้าง วางเท้าราบกับพื้น และวางแขนแนบลำตัว
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

กอดเข่าเข้าอก

ข้างละ 5 ครั้ง · ค้างไว้ 20 วินาที

นอนหงายชันเข่า ใช้มือทั้งสองดึงเข่าข้างหนึ่งเข้าหาอกช้า ๆ จนรู้สึกตึงที่หลังส่วนล่าง ค้างไว้ แล้วสลับข้าง

ข้อสังเกต ดึงจนรู้สึกตึง ไม่ใช่จนปวด

นอนหงาย ใช้มือทั้งสองข้างกอดเข่าข้างหนึ่งเข้าหาอก ส่วนขาอีกข้างงอเข่าและวางเท้าราบกับพื้น
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ยกสะโพก

2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 3 วินาที

นอนหงายชันเข่า เท้าราบกับพื้น เกร็งก้นแล้วยกสะโพกขึ้นจนลำตัวกับต้นขาเป็นเส้นตรง ค้างไว้ แล้วลดลงช้า ๆ

ข้อสังเกต ให้แรงมาจากก้น ไม่ใช่จากหลังแอ่น

นอนหงาย งอเข่าทั้งสองข้างและวางเท้าราบ ยกสะโพกขึ้นจนลำตัวเป็นเส้นตรงจากไหล่ถึงเข่า แขนวางราบข้างลำตัว
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

เดิน

วันละ 20–30 นาที

เดินในจังหวะที่พูดคุยได้แต่รู้สึกว่าออกแรง แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ หลายครั้งต่อวันได้ในช่วงที่ยังปวด

ข้อสังเกต การเดินคือการรักษาที่ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์

การป้องกันและการดูแลตนเอง

  • ยกของโดยพับสะโพกและงอเข่า ไม่ก้มหลัง ถือของให้ชิดลำตัว และห้ามบิดตัวขณะยก
  • ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที ถ้าต้องนั่งทำงานนาน
  • จัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เท้าวางราบและหลังมีที่พิง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินและการฝึกกล้ามเนื้อลำตัว
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม และไม่สูบบุหรี่
  • นอนให้พอ เพราะการนอนไม่พอทำให้ความปวดรุนแรงขึ้น

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • อาการของฉันมีสัญญาณเตือนอะไรที่ต้องกังวลหรือไม่
  • จำเป็นต้องตรวจภาพหรือไม่ และถ้าไม่ เพราะอะไร
  • ฉันควรเลี่ยงกิจกรรมใด และควรกลับไปทำงานได้เมื่อไหร่
  • ควรออกกำลังกายแบบไหน และควรเริ่มเมื่อไหร่
  • อาการควรดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์ และควรกลับมาพบแพทย์เมื่อไหร่

คำถามที่พบบ่อย

ปวดหลังต้องนอนพักไหม

ไม่ควรนอนพักสนิทนาน ๆ แนวทางปัจจุบันแนะนำให้ขยับตัวและกลับไปทำกิจวัตรตามปกติเท่าที่ทำได้ให้เร็วที่สุด เพราะการนอนนิ่งทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการมักยืดเยื้อกว่า

ต้องเอกซเรย์หรือทำ MRI ไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้องในช่วงหกสัปดาห์แรก ถ้าไม่มีสัญญาณเตือน เพราะภาพมักพบความเปลี่ยนแปลงตามอายุที่ไม่ใช่ต้นเหตุของอาการ และไม่เปลี่ยนการรักษา แพทย์จะพิจารณาเมื่อมีสัญญาณเตือนหรืออาการไม่ดีขึ้น

เอกซเรย์บอกว่ากระดูกสันหลังเสื่อม แปลว่าอะไร

ความเสื่อมของกระดูกสันหลังพบได้ในคนจำนวนมากที่ไม่มีอาการปวดเลย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น การเห็นความเสื่อมในภาพจึงไม่ได้แปลว่านั่นคือสาเหตุของอาการ ควรให้แพทย์อธิบายร่วมกับอาการของคุณ

ควรใส่เข็มขัดพยุงหลังไหม

อาจช่วยให้รู้สึกมั่นใจขึ้นในช่วงสั้น ๆ เวลาต้องยกของ แต่ไม่ควรใส่ตลอดเวลา เพราะไม่ได้รักษาต้นเหตุและอาจทำให้กล้ามเนื้อลำตัวทำงานน้อยลง

ควรออกกำลังกายแบบไหน

แบบที่คุณทำได้ต่อเนื่องคือแบบที่ดีที่สุด การเดิน ว่ายน้ำ โยคะ และการฝึกกล้ามเนื้อลำตัวล้วนมีหลักฐานสนับสนุน สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอมากกว่าชนิดของการออกกำลังกาย

แหล่งอ้างอิง

  1. Lim TH และคณะ. Nonpharmacological Spine Pain Management in Clinical Practice Guidelines: A Systematic Review Using AGREE II and AGREE-REX Tools. J Orthop Sports Phys Ther. 2025

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ