กระดูกกับกระดูกอ่อน ทำไมอย่างหนึ่งหายเองได้ อีกอย่างไม่ได้

ทั้งสองอยู่ห่างกันไม่กี่มิลลิเมตรในข้อเดียวกัน แต่มีพฤติกรรมเกือบตรงข้ามกัน เข้าใจเหตุผลข้อนี้แล้วจะเข้าใจเรื่องเข่า สะโพก และไหล่ได้อีกมาก รวมถึงว่าทำไมกระดูกหักจึงติดได้ แต่ผิวข้อที่สึกกลับไม่กลับมาเหมือนเดิม

หัวข้อในหน้านี้

สองเนื้อเยื่อ ในข้อเดียวกัน

เปิดข้อไหนก็เจอทั้งสองอย่าง ปลายกระดูกจะมี (articular cartilage) หุ้มอยู่ หนาเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ใต้ชั้นนั้นลงไปคือกระดูก

ทั้งสองอยู่ติดกัน ทำงานเป็นหน่วยเดียวกัน แต่แทบทุกอย่างของทั้งสองต่างกัน

กระดูก กระดูกอ่อน
สัมผัสแล้วรู้สึก แข็ง ไม่ยืดหยุ่น เรียบลื่น หยุ่นเล็กน้อย
เส้นเลือด มีของตัวเอง ทั่วทั้งชิ้น ไม่มีเลย
เส้นประสาท มี ไม่มี
เซลล์ มีมาก เชื่อมกันเป็นร่างแห มีน้อย กระจายห่างกัน
สร้างตัวเองใหม่ ตลอดเวลา ตลอดชีวิต น้อยมาก
เมื่อบาดเจ็บ มักหายเอง มักไม่หายเอง
ภาพตัดข้อเข่า ปลายกระดูกทั้งสองข้างมีหลอดเลือดแดงและดำแตกแขนงอยู่ข้างใน และมีกระดูกอ่อนสีขาวใสหุ้มผิวข้อไว้ โดยในชั้นกระดูกอ่อนไม่มีหลอดเลือดเลย
หลอดเลือดวิ่งอยู่ในกระดูกจนถึงขอบ แล้วหยุดตรงที่กระดูกอ่อนเริ่มต้นภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

กระดูก มีชีวิต มีสายส่ง และซ่อมตัวเองได้

กระดูกมีเส้นเลือดวิ่งผ่านเนื้อ และมีเส้นประสาทที่รายงานความปวด ภายในมีเซลล์ที่คอยกำจัดกระดูกเก่าและเซลล์ที่สร้างกระดูกใหม่ ทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา เรื่องนี้อธิบายไว้ในบทความ กระดูกคืออวัยวะ ไม่ใช่โครงเหล็ก

กลไกชุดนี้เองที่ทำให้กระดูกหักติดได้ เลือดไหลมาถึงรอยหัก นำเซลล์และวัตถุดิบที่ต้องใช้มาด้วย แล้วภายในไม่กี่สัปดาห์ กระดูกใหม่ก็เชื่อมปลายทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน ถ้าจัดแนวได้ดีพอและให้เวลาพอ รอยซ่อมนั้นแข็งแรงได้เท่าของเดิม

กระดูกอ่อน เก่งมากในหน้าที่ของตัวเอง และต้องอยู่ลำพัง

กระดูกอ่อนเป็นวัสดุที่น่าทึ่งที่สุดอย่างหนึ่งในร่างกาย ลื่นยิ่งกว่าน้ำแข็งถูกับน้ำแข็ง กระจายแรงให้ทั่วข้อ และรับแรงกระแทกได้ ทำแบบนี้ได้นานหลายสิบปีโดยไม่ต้องบำรุงรักษา

ที่ทำได้แบบนี้เพราะองค์ประกอบของกระดูกอ่อนเอง คือร่างแหหนาแน่นที่อุ้มน้ำไว้ โดยมีเซลล์กระจายอยู่ค่อนข้างน้อย เซลล์เหล่านั้นเรียกว่า เซลล์กระดูกอ่อน (chondrocyte) และมีจำนวนไม่มาก

และกระดูกอ่อน ไม่มีเส้นเลือด ไม่ใช่มีน้อย แต่คือไม่มีเลย ไม่มีหลอดเลือด และไม่มีเส้นประสาทด้วย

ข้อเท็จจริงข้อเดียวนี้อธิบายเรื่องที่เหลือเกือบทั้งหมด

ทำไมความต่างนี้จึงสำคัญมาก

การซ่อมแซมต้องมีเส้นทางลำเลียง เลือดเป็นตัวนำเซลล์ซ่อม ออกซิเจน และวัตถุดิบเข้ามา แล้วขนของเสียออกไป กระดูกมีเส้นทางนั้น กระดูกอ่อนไม่มี

เมื่อกระดูกอ่อนเสียหาย ร่างกายจึงตอบสนองแบบเดียวกันไม่ได้ บทความทบทวนเรื่องการซ่อมกระดูกอ่อนอธิบายว่ากระดูกอ่อนหายเองได้จำกัดมาก เพราะไม่มีหลอดเลือดและมีเซลล์ให้ใช้งานน้อย นี่คือเหตุผลที่การซ่อมกระดูกอ่อนยังเป็นสาขาวิจัยทางศัลยกรรมขนาดใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ได้แล้ว

ยังมีผลตามมาอีกข้อหนึ่ง และเป็นข้อที่ทำให้หลายคนพลาด คือ กระดูกอ่อนไม่มีเส้นประสาท ความเสียหายในระยะแรกจึงไม่ปวด อาการปวดในข้อที่สึกมาจากโครงสร้างรอบ ๆ ทั้งเยื่อบุข้อ กระดูกที่อยู่ใต้ผิวข้อ และถุงหุ้มข้อ นี่คือเหตุผลที่ข้ออาจเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรแล้วก่อนที่จะเริ่มมีอาการ และเป็นเหตุผลที่ “ยังไม่ปวด” ไม่ใช่หลักฐานว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภาพเปรียบเทียบ ด้านซ้ายกระดูกที่หักมีหลอดเลือดและเซลล์ซ่อมเข้ามารวมกันเต็มรอยแตก ด้านขวารอยสึกบนผิวกระดูกอ่อนเปิดอยู่ โดยไม่มีหลอดเลือดเส้นใดขึ้นมาถึง
ความเสียหายแบบเดียวกันบนเนื้อเยื่อคนละชนิด ฝั่งหนึ่งมีสายส่งมาถึง อีกฝั่งไม่มีภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

กระดูกอ่อนได้อาหารอย่างไร และทำไมคำตอบคือการเคลื่อนไหว

ถ้าไม่มีเส้นเลือด แล้วเซลล์อยู่รอดได้อย่างไร

เซลล์ได้อาหารจาก น้ำไขข้อ (synovial fluid) ซึ่งเป็นของเหลวลื่น ๆ ปริมาณไม่มากที่อยู่ในข้อ สารอาหารซึมจากน้ำนั้นเข้าไป และของเสียซึมออกมา สิ่งที่ขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนนี้คือการลงน้ำหนักและการปล่อยน้ำหนักสลับกัน เมื่อข้อถูกกดและคลาย น้ำจะไหลเข้าออกจากกระดูกอ่อน เหมือนน้ำในฟองน้ำที่ถูกบีบแล้วปล่อย

แปลว่าการเคลื่อนไหวไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่กระดูกอ่อน “พอทนได้” แต่ การเคลื่อนไหวคือวิธีที่กระดูกอ่อนกินอาหาร

ข้อที่ไม่ได้ขยับเลย คือข้อที่ผิวข้อได้รับอาหารไม่ดี ส่วนข้อที่ได้ใช้งานอย่างพอเหมาะและสม่ำเสมอ คือข้อที่กำลังทำในสิ่งที่เนื้อเยื่อนี้ออกแบบมาให้ทำ งานวิจัยด้านกลศาสตร์ของโรคข้อก็ชี้ประเด็นเดียวกันจากอีกด้านหนึ่ง คือการลงน้ำหนักที่ ผิดปกติ ต่างหากที่ทำให้เสียหาย ไม่ว่าจะจากการบาดเจ็บ ข้อที่ไม่มั่นคง หรือการแบกน้ำหนักมากกว่าที่ข้อรับไหว ส่วนการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักนั้นโดยทั่วไปเป็นผลดี

ภาพเปรียบเทียบข้อเข่าสองภาพ ภาพซ้ายแรงกดบีบน้ำออกจากผิวกระดูกอ่อน ภาพขวาข้อคลายแรงกด น้ำและสารอาหารจึงซึมกลับเข้าไปในกระดูกอ่อน
กระดูกอ่อนได้อาหารจากการบีบและคลายสลับกัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อข้อได้เคลื่อนไหวภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การดูแลทั้งสองอย่าง

เนื้อเยื่อสองชนิดนี้ต้องการคนละอย่าง แต่โชคดีที่สิ่งที่ควรทำทับซ้อนกันมาก

  • ขยับบ่อย ๆ ในระดับที่ทำซ้ำได้ การเคลื่อนไหวธรรมดาอย่างสม่ำเสมอให้อาหารกระดูกอ่อนและลงน้ำหนักให้กระดูก ส่วนการนั่งยาว ๆ ไม่ได้ทั้งสองอย่าง
  • สร้างกล้ามเนื้อรอบข้อ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะช่วยรับแรงไว้ส่วนหนึ่ง แรงจึงไม่ลงที่ผิวข้อทั้งหมด และนี่เป็นสิ่งที่ได้ผลแน่นอนที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับเข่าที่ปวด
  • เพิ่มทีละน้อย เนื้อเยื่อปรับตัวตามแรงที่เพิ่มขึ้นทีละนิด ปัญหาส่วนใหญ่มาจากการกระโดดข้ามขั้น เช่น เริ่มกีฬาใหม่ เพิ่มระยะทางทันที หรือหักโหมสุดสัปดาห์หลังจากอยู่เฉยมาทั้งปี
  • ลดน้ำหนักที่ลงข้อถ้าทำได้ ทุกก้าวส่งแรงหลายเท่าของน้ำหนักตัวผ่านเข่า การลดลงแม้เพียงเล็กน้อยจึงรู้สึกได้ทุกก้าว
  • รักษาอาการบาดเจ็บให้ครบ และทำกายภาพบำบัดจนจบ ข้อที่ยังไม่มั่นคงหลังบาดเจ็บจะลงน้ำหนักผิดปกติต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบการลงน้ำหนักที่สัมพันธ์กับความเสียหายในภายหลัง
  • อย่ารอให้ปวดเป็นสัญญาณ กระดูกอ่อนสร้างความปวดไม่ได้ ให้ใช้สิ่งที่คุณทำได้เป็นตัววัดแทน เช่น ระยะที่เดินได้ จำนวนขั้นบันได หรือการลุกจากเก้าอี้
สามภาพในบ้านและนอกบ้าน ชายเดินออกกำลังกาย หญิงลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ และหญิงอีกคนกางขาออกด้านข้างโดยมียางยืดคาดรอบต้นขา
การเคลื่อนไหวสม่ำเสมอเป็นสิ่งเดียวที่ดูแลกระดูกและกระดูกอ่อนไปพร้อมกันภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

เสียงในข้อเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่เรื่องต้องกังวล แต่อาการปวด บวม สะดุด ล็อก หรือทรุด ควรได้รับการตรวจ ซึ่งอธิบายไว้ในบทความ ปวดเข่า และ ข้อเข่าเสื่อม

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • อาการปวดข้อของฉันน่าจะมาจากผิวข้อ หรือมาจากสาเหตุอื่น
  • การตรวจภาพจะเปลี่ยนแนวทางการรักษาหรือไม่ หรือเป็นแค่การเพิ่มภาพ
  • การออกกำลังกายแบบไหนที่ปลอดภัยกับฉัน และตอนนี้ควรเลี่ยงอะไร
  • ท่าทางการเดินหรือการยืนของฉันมีอะไรที่เพิ่มแรงลงข้อหรือไม่
  • ควรให้เวลานานแค่ไหนก่อนกลับมาพบแพทย์อีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

กระดูกอ่อนคือกระดูกที่ยังไม่แข็งใช่ไหม

ไม่ใช่ ทั้งสองเป็นเนื้อเยื่อคนละชนิด มีเซลล์คนละแบบ องค์ประกอบคนละอย่าง และหน้าที่ต่างกัน กระดูกอ่อนไม่ใช่ขั้นก่อนจะกลายเป็นกระดูก ในข้อของผู้ใหญ่ทั้งสองเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ใช่คนละระยะของสิ่งเดียวกัน

กระดูกอ่อนที่สึกไปแล้วงอกกลับมาได้ไหม

ไม่ได้ในแบบที่กระดูกหักแล้วติดกลับ กระดูกอ่อนไม่มีเส้นเลือดของตัวเองและมีเซลล์น้อยมาก ความสามารถในการซ่อมตัวเองจึงจำกัดมาก นี่คือเหตุผลที่การซ่อมกระดูกอ่อนยังเป็นงานวิจัยใหญ่ และเป็นเหตุผลที่การรักษาส่วนที่ยังเหลืออยู่จึงสำคัญ

ถ้ากระดูกอ่อนซ่อมตัวเองไม่ได้ แล้วออกกำลังกายไปทำไม

ตรงกันข้ามเลย กระดูกอ่อนต้องอาศัยการเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้รับสารอาหาร และกล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยแบ่งรับแรงที่ผ่านลงข้อ การออกกำลังกายจึงเป็นการรักษามาตรฐานสำหรับอาการปวดข้อ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเพราะกลัวข้อสึก

ข้อมีเสียงดังกรอบแกรบ แปลว่ากระดูกอ่อนเสียหายหรือเปล่า

เสียงจากข้อพบได้บ่อยมาก และลำพังเสียงอย่างเดียวบอกอะไรไม่ได้มาก ข้อที่ไม่ปวดจำนวนมากก็มีเสียง แต่ควรเล่าให้แพทย์ฟังถ้าเสียงนั้นมาพร้อมกับอาการปวด บวม สะดุด หรือทรุด

แหล่งอ้างอิง

  1. Florencio-Silva R et al. Biology of Bone Tissue: Structure, Function, and Factors That Influence Bone Cells. Biomed Res Int. 2015
  2. Tee CA et al. Perspective in Achieving Stratified Articular Cartilage Repair Using Zonal Chondrocytes. Tissue Eng Part B Rev. 2023
  3. Tan AR, Hung CT. Concise Review: Mesenchymal Stem Cells for Functional Cartilage Tissue Engineering. Stem Cells Transl Med. 2017
  4. Guilak F. Biomechanical factors in osteoarthritis. Best Pract Res Clin Rheumatol. 2011

โรคและภาวะที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ