ปวดเข่า
อาการปวดเข่าเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตำแหน่งที่ปวดและจังหวะที่ปวดมักช่วยบอกได้ว่าน่าจะมาจากอะไร หน้านี้รวมสาเหตุที่พบบ่อยและแนวทางเบื้องต้น

โรคนี้คืออะไร
ข้อเข่าเป็นข้อที่รับน้ำหนักมากที่สุดข้อหนึ่งในร่างกาย ประกอบด้วยปลายกระดูกต้นขา ปลายกระดูกหน้าแข้ง และกระดูกสะบ้า โดยมี ผิวเรียบลื่นที่หุ้มปลายกระดูกในข้อ ช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวได้ลื่นและช่วยรับแรงกระแทก (articular cartilage) หุ้มปลายกระดูกไว้ มีหมอนรองข้อเข่าสองแผ่นช่วยกระจายแรง และมีเอ็นหลายเส้นยึดไว้ให้มั่นคง
หน้านี้เป็นหน้ารวม อาการปวดเข่ามีสาเหตุได้หลายอย่าง และแต่ละอย่างมีบทความของตัวเอง

อาการ
ตำแหน่งที่ปวดบอกอะไรได้บ้าง
| ปวดตรงไหน และตอนไหน | อาจเกี่ยวข้องกับ |
|---|---|
| ปวดรอบ ๆ หรือใต้กระดูกสะบ้า เวลาขึ้นลงบันได นั่งงอเข่านาน หรือลุกจากเก้าอี้ | ปวดเข่าด้านหน้า |
| ปวดตามแนวข้อด้านในหรือด้านนอก เข่าสะดุด หรือเข่าล็อกเป็นครั้งคราว | หมอนรองข้อเข่าฉีกขาด |
| ปวดตื้อ ๆ ทั่วเข่า ฝืดตอนเช้าไม่เกินครึ่งชั่วโมง เดินไกลแล้วปวดมากขึ้น | ข้อเข่าเสื่อม |
| เข่าทรุดเวลาหมุนตัวหรือเปลี่ยนทิศทาง หลังเคยบาดเจ็บจากกีฬา | เอ็นไขว้หน้าบาดเจ็บ |
| ปวดด้านหลังเข่าและรู้สึกตุงเหมือนมีก้อน | ถุงน้ำหลังเข่า |
| ปวดเข่าในเด็กหรือวัยรุ่นที่โตเร็ว ตรงปุ่มกระดูกใต้สะบ้า | ปัญหาที่จุดเกาะเอ็นในวัยเจริญเติบโต |
ความเร็วของการบวมก็บอกอะไรได้
- บวมเร็วภายใน 1–2 ชั่วโมงหลังบาดเจ็บ มักหมายถึงมีเลือดออกในข้อ เช่น เอ็นไขว้หน้าขาด กระดูกอ่อนแตก หรือสะบ้าเคลื่อน ควรพบแพทย์
- บวมช้าใน 1–2 วัน มักเป็นน้ำในข้อจากการระคายเคือง เช่น หมอนรองข้อเข่าฉีก หรือข้อเข่าเสื่อมกำเริบ
- บวมแดงร้อนพร้อมมีไข้ อาจเป็นการติดเชื้อในข้อหรือโรคเกาต์ ต้องได้รับการตรวจในวันนั้น
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- อายุที่มากขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อและหมอนรองข้อเข่าเสื่อมลง
- น้ำหนักตัวที่มาก เพิ่มแรงกดที่เข่าทุกก้าว และเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุด
- เคยบาดเจ็บเข่ามาก่อน โดยเฉพาะเอ็นไขว้หน้าหรือหมอนรองข้อเข่า
- กล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกอ่อนแรง
- งานที่ต้องนั่งยอง คุกเข่า หรือขึ้นลงบันไดมาก
- การเพิ่มปริมาณการวิ่งหรือออกกำลังกายเร็วเกินไป
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่อปวดเข่านานเกินสองถึงสามสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น เข่าบวมซ้ำ ๆ เข่าทรุดหรือสะดุดบ่อย หรือปวดจนเดินได้น้อยลงกว่าเดิมชัดเจน
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
แพทย์จะถามว่าปวดตรงไหน ปวดตอนทำอะไร เริ่มเมื่อไหร่ บวมเร็วแค่ไหน และมีอาการล็อกหรือทรุดหรือไม่ จากนั้นตรวจร่างกาย ดูการเดิน วัดพิสัยการเคลื่อนไหว คลำหาจุดกดเจ็บ ตรวจความมั่นคงของเอ็น และตรวจสะโพกกับหลังด้วย เพราะอาการปวดเข่าบางอย่างมาจากสะโพก
เอกซเรย์ เป็นการตรวจแรกในผู้ใหญ่ที่สงสัยข้อเข่าเสื่อม และควรถ่ายในท่ายืนลงน้ำหนัก เพราะช่องข้อที่แคบลงจะเห็นได้ชัดกว่าท่านอน
MRI ใช้เมื่อสงสัยหมอนรองข้อเข่าฉีก เอ็นขาด หรือกระดูกอ่อนบาดเจ็บ ไม่จำเป็นในผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมชัดเจนจากเอกซเรย์อยู่แล้ว
การเจาะน้ำในข้อ ทำเมื่อสงสัยการติดเชื้อ โรคเกาต์ หรือโรคข้ออักเสบอื่น
แนวทางการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
แทบทุกสาเหตุของอาการปวดเข่าเริ่มจากสามอย่างเดียวกัน
- ควบคุมความปวดและอาการบวม ด้วยการปรับกิจกรรม ประคบเย็นในช่วงแรก และยาแก้ปวดตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ควรปรึกษาก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะถ้ามีโรคกระเพาะ โรคไต หรือกินยาละลายลิ่มเลือด
- ฟื้นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยเข่าได้มากที่สุดไม่ว่าสาเหตุจะเป็นอะไร
- ปรับน้ำหนักตัวและกิจกรรม การลดน้ำหนักแม้เพียงเล็กน้อยลดแรงที่เข่าได้มากกว่าที่คิด
การผ่าตัด
การผ่าตัดมีที่ทางชัดเจนในบางภาวะ เช่น เอ็นไขว้หน้าขาดในคนที่เข่าทรุดซ้ำ ๆ หมอนรองข้อเข่าฉีกที่ทำให้เข่าล็อก หรือข้อเข่าเสื่อมรุนแรงที่ดูแลด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลแล้ว แต่ไม่ใช่คำตอบของอาการปวดเข่าทุกแบบ สิ่งที่ควรถามคือการผ่าตัดจะแก้ปัญหาอะไร และถ้าไม่ผ่าตัดจะเป็นอย่างไร

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
สามท่านี้ปลอดภัยกับอาการปวดเข่าส่วนใหญ่ ทำวันเว้นวันหรือทุกวันตามที่ไหว หยุดถ้าปวดแปลบ หรือถ้าเช้าวันถัดไปเข่าบวมมากขึ้น
เกร็งกล้ามเนื้อต้นขาในท่านอน
2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที
นอนหงายเหยียดขาตรง กดหลังเข่าลงกับพื้นพร้อมเกร็งกล้ามเนื้อหน้าขาให้สะบ้าขยับขึ้นเล็กน้อย ค้างไว้ แล้วผ่อน
ข้อสังเกต ท่านี้ทำได้แม้เข่ายังบวม เป็นท่าแรกที่ควรเริ่ม

ยกขาตรงในท่านอน
2 รอบ · 10 ครั้ง
นอนหงาย งอเข่าอีกข้างตั้งขึ้น เหยียดเข่าข้างที่ปวดให้ตรง เกร็งหน้าขาแล้วยกขาขึ้นสูงประมาณหนึ่งฝ่ามือ ค้างไว้ 3 วินาที แล้วลดลงช้า ๆ
ข้อสังเกต เข่าต้องตรงตลอด ถ้าเข่างอแสดงว่าหน้าขายังเกร็งไม่พอ

ลุก-นั่งเก้าอี้
2 รอบ · 10 ครั้ง
นั่งตรงขอบเก้าอี้ เท้าห่างเท่าช่วงสะโพก ลุกขึ้นยืนช้า ๆ แล้วนั่งลงโดยไม่ทิ้งตัว ใช้มือช่วยดันที่วางแขนได้ถ้ายังไม่ไหว
ข้อสังเกต เข่าต้องอยู่ในแนวเดียวกับปลายเท้า ไม่บิดเข้าด้านใน

การป้องกันและการดูแลตนเอง
- รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม เป็นสิ่งที่ช่วยเข่าได้มากที่สุดในระยะยาว
- ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
- เพิ่มปริมาณการออกกำลังกายทีละน้อย ไม่เกินสัปดาห์ละประมาณหนึ่งในสิบ
- เลือกรองเท้าที่รองรับแรงกระแทกได้ดีและพอดีเท้า
- ลดการนั่งยองและคุกเข่านาน ๆ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ให้หาที่รองและเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ
- อุ่นเครื่องก่อนออกกำลังกาย และฝึกลงพื้นให้นุ่มในกีฬาที่ต้องกระโดด

คำถามที่ควรถามแพทย์
- อาการปวดเข่าของฉันน่าจะมาจากสาเหตุใด
- ต้องเอกซเรย์หรือทำ MRI หรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
- ฉันควรออกกำลังกายแบบไหน และควรเลี่ยงกิจกรรมใดบ้าง
- ยาที่แนะนำปลอดภัยกับโรคประจำตัวของฉันหรือไม่
- อาการควรดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์ และควรกลับมาพบแพทย์เมื่อไหร่
คำถามที่พบบ่อย
เข่ามีเสียงกรอบแกรบ อันตรายไหม
เสียงในเข่าที่ไม่มีอาการปวดร่วมด้วยมักไม่ใช่ปัญหา และพบได้ในคนจำนวนมากที่เข่าปกติ สิ่งที่ควรใส่ใจคือปวด บวม หรือเข่าทรุด มากกว่าตัวเสียง
ปวดเข่าควรพักหรือควรเดิน
ควรขยับต่อเท่าที่ทำได้ การพักสนิทนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรงลงเร็วมาก และเข่ามักปวดมากขึ้นเมื่อกลับมาใช้งาน ให้ลดกิจกรรมที่ทำให้ปวดแปลบ แต่ยังเดินและออกกำลังกายแบบเบามือต่อไป
ควรใส่ที่รัดเข่าไหม
ที่รัดเข่าแบบยืดหยุ่นช่วยให้บางคนรู้สึกมั่นใจขึ้นและปวดน้อยลงในช่วงใช้งาน แต่ไม่ได้รักษาต้นเหตุ และไม่ควรใส่ตลอดเวลาแทนการฝึกกล้ามเนื้อ ถ้าต้องพึ่งตลอดจึงจะเดินได้ ควรปรึกษาแพทย์
เข่าบวมต้องดูดน้ำออกไหม
ไม่เสมอไป แพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ บางครั้งดูดออกเพื่อส่งตรวจเมื่อสงสัยการติดเชื้อหรือโรคเกาต์ บางครั้งเพื่อลดความอึดอัด การตัดสินใจนี้เป็นของแพทย์
แหล่งอ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
การรักษา
ฟื้นฟู
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ


