เข่า

ปวดเข่าด้านหน้า

อาการปวดบริเวณด้านหน้าของเข่าและรอบกระดูกสะบ้า มักเป็นมากขึ้นเวลาขึ้นลงบันได นั่งงอเข่านาน หรือลุกจากเก้าอี้ พบบ่อยในวัยรุ่นและคนที่ออกกำลังกาย

ภาพประกอบ: คนนั่งบนบันไดและใช้มือจับด้านหน้าของเข่า พร้อมภาพขยายข้อเข่า
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

กระดูกสะบ้าคือกระดูกรูปสามเหลี่ยมที่ฝังอยู่ในเอ็นของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กระดูกสะบ้าเลื่อนขึ้นลงอยู่ในร่องที่ปลายกระดูกต้นขาทุกครั้งที่คุณงอและเหยียดเข่า ข้อต่อระหว่างสะบ้ากับกระดูกต้นขานี้เรียกว่า ข้อสะบ้า (patellofemoral joint)

ยิ่งงอเข่ามาก แรงที่กดสะบ้าเข้ากับร่องก็ยิ่งมาก การขึ้นบันได การย่อตัว และการนั่งงอเข่านาน จึงเป็นท่าที่กระตุ้นอาการมากที่สุด

อาการปวดเข่าด้านหน้าส่วนใหญ่เกิดจาก แรงที่ลงบนข้อนี้มากเกินกว่าที่ข้อจะรับไหวในขณะนั้น ไม่ได้แปลว่ามีอะไรเสียหายถาวร

ภาพวาดกายวิภาคข้อเข่ามองจากด้านข้าง แสดงกระดูกสะบ้าที่เคลื่อนอยู่บนร่องปลายกระดูกต้นขา โดยมีบริเวณสีแดงอยู่ใต้กระดูกสะบ้า
กระดูกสะบ้าเคลื่อนอยู่ในร่องปลายกระดูกต้นขา อาการจึงมักอยู่รอบ ๆ หรือใต้สะบ้าภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

  • ปวดตื้อ ๆ รอบ ๆ หรือใต้กระดูกสะบ้า มักบอกตำแหน่งชัด ๆ ไม่ได้
  • ปวดมากขึ้นเวลาขึ้นหรือลงบันได โดยเฉพาะลงบันได
  • ปวดเวลานั่งงอเข่านาน และดีขึ้นเมื่อเหยียดขาออก
  • ปวดเวลาย่อตัว นั่งยอง คุกเข่า หรือลุกจากเก้าอี้
  • รู้สึกกรอบแกรบหรือเสียดสี เวลางอเหยียดเข่า
  • เข่ารู้สึกจะทรุด ในบางจังหวะ ซึ่งมักเกิดจากกล้ามเนื้อต้นขาสะดุดชั่วขณะ ไม่ใช่จากเอ็นขาด

อาการมักค่อย ๆ เริ่ม ไม่มีอุบัติเหตุนำมาก่อน และมักเริ่มหลังจากเพิ่มปริมาณการวิ่งหรือการออกกำลังกาย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • เพิ่มปริมาณการออกกำลังกายเร็วเกินไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
  • กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและก้นที่ไม่แข็งแรงพอ ทำให้เข่าเบนเข้าด้านในขณะลงน้ำหนัก
  • กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าอ่อนแรง
  • กล้ามเนื้อและเอ็นรอบเข่าตึง โดยเฉพาะต้นขาด้านหลังและน่อง
  • รูปร่างของร่องกระดูกและตำแหน่งของสะบ้า ที่ทำให้สะบ้าไม่เลื่อนอยู่ตรงกลาง
  • เท้าแบนหรือการลงน้ำหนักที่ผิดแนว
  • พบบ่อยใน วัยรุ่น นักวิ่ง และผู้หญิง

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังปรับกิจกรรมและฝึกกล้ามเนื้อมาแล้วประมาณหกสัปดาห์ เข่าบวมซ้ำ ๆ หรือปวดจนออกกำลังกายหรือทำงานไม่ได้

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

การวินิจฉัยอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก แพทย์จะถามว่าปวดตอนทำอะไร เริ่มหลังจากเปลี่ยนอะไรในกิจวัตรหรือการฝึกซ้อมหรือไม่ จากนั้นตรวจ

  • การเดิน การย่อขาเดียว และการก้าวขึ้นกล่อง เพื่อดูว่าเข่าเบนเข้าด้านในหรือไม่
  • กำลังของกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา
  • ความตึงของกล้ามเนื้อรอบเข่า
  • ตำแหน่งและการเลื่อนของสะบ้า และจุดกดเจ็บรอบขอบสะบ้า

เอกซเรย์และ MRI ไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แพทย์จะพิจารณาเมื่อสงสัยสาเหตุอื่น มีประวัติสะบ้าเคลื่อนหลุด หรืออาการไม่ดีขึ้นตามที่ควร

แนวทางการรักษา

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

การรักษาหลักคือการฝึกกล้ามเนื้อร่วมกับการปรับปริมาณกิจกรรม และมีหลักฐานสนับสนุนชัดเจนที่สุด

ปรับปริมาณกิจกรรม ไม่ใช่หยุดทั้งหมด ให้ลดลงจนถึงระดับที่ปวดไม่เกินระดับพอทนได้และหายภายในวันถัดไป จากนั้นเพิ่มกลับทีละน้อย ไม่เกินสัปดาห์ละประมาณหนึ่งในสิบ

ฝึกกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา เป็นแกนกลางของโปรแกรม การฝึกกล้ามเนื้อสะโพกด้านข้างและก้นมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการฝึกต้นขาด้านหน้า

ยืดกล้ามเนื้อที่ตึง โดยเฉพาะต้นขาด้านหน้า ต้นขาด้านหลัง และน่อง

ยาแก้ปวด ใช้ในช่วงสั้น ๆ เพื่อให้เริ่มออกกำลังกายได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ

เทปหรือที่รัดสะบ้า ช่วยลดความปวดในบางคนในระยะสั้น ใช้ควบคู่กับการฝึก ไม่ใช่ใช้แทน

แผ่นรองรองเท้า อาจช่วยในผู้ที่เท้าแบนมาก

การผ่าตัด

แทบไม่มีที่ทางในอาการปวดเข่าด้านหน้าทั่วไป แพทย์จะพิจารณาเฉพาะเมื่อมีปัญหาโครงสร้างที่ชัดเจน เช่น สะบ้าเคลื่อนหลุดซ้ำ ๆ หรือแนวของสะบ้าผิดปกติมากจนดูแลด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล

ภาพสองช่อง ช่องซ้ายหญิงคนหนึ่งนอนตะแคงบนเสื่อและยกขาบนขึ้นตรง ๆ ช่องขวายืนก้าวขึ้นกล่องเตี้ย ๆ โดยมือข้างหนึ่งจับพนักเก้าอี้
งานของกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขา เป็นแกนของโปรแกรมชนิดนี้ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู

ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้งเป็นอย่างน้อย และให้เวลาอย่างน้อยหกถึงสิบสองสัปดาห์ก่อนตัดสินผล ปวดเล็กน้อยระหว่างทำที่หายภายในวันถัดไปถือว่ายอมรับได้ ปวดแปลบหรือปวดค้างข้ามวันแปลว่าหนักเกินไป

กางสะโพกในท่านอนตะแคง

3 รอบ · 12 ครั้ง

นอนตะแคง งอเข่าล่างเล็กน้อยเพื่อทรงตัว เหยียดขาบนตรงแล้วยกขึ้นไปด้านหลังเล็กน้อย ค้างไว้ 2 วินาที แล้วลดลงช้า ๆ

ข้อสังเกต ลำตัวห้ามเอนไปด้านหลัง ให้แรงมาจากสะโพก ไม่ใช่จากการโยกตัว

นอนตะแคง หนุนศีรษะไว้บนมือ แล้วยกขาข้างบนขึ้นตรง ๆ
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ท่าสะพานขาเดียว

3 รอบ · 10 ครั้ง

นอนหงายชันเข่าข้างหนึ่ง อีกข้างเหยียดตรงยกลอยไว้ เกร็งก้นแล้วยกสะโพกขึ้นจนลำตัวกับต้นขาเป็นเส้นตรง ค้างไว้ 3 วินาที แล้วลดลง

ข้อสังเกต สะโพกทั้งสองข้างต้องอยู่ระดับเดียวกัน ไม่เอียงตก

นอนหงายยกสะโพกขึ้น โดยลงน้ำหนักที่ขาข้างที่งอเข่า ส่วนขาอีกข้างเหยียดตรงค้างไว้ในอากาศ
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ก้าวลงกล่องช้า ๆ

3 รอบ · 10 ครั้ง

ยืนบนกล่องหรือขั้นบันไดเตี้ย ค่อย ๆ ก้าวขาอีกข้างลงแตะพื้นโดยควบคุมด้วยขาที่ยืนอยู่ แล้วดันตัวกลับขึ้น

ข้อสังเกต เข่าข้างที่ยืนต้องอยู่ในแนวเดียวกับปลายเท้า ห้ามเบนเข้าด้านใน ใช้ความสูงเท่าที่ยังคุมได้

ยืนบนกล่องเตี้ย มือข้างหนึ่งจับราวไว้ แล้วค่อย ๆ หย่อนเท้าอีกข้างลงสู่พื้น
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า

ข้างละ 3 ครั้ง · ค้างไว้ 30 วินาที

ยืนจับผนังไว้ งอเข่าข้างหนึ่งไปด้านหลัง ใช้มือจับข้อเท้าดึงส้นเท้าเข้าหาก้นจนรู้สึกตึงที่หน้าขา ค้างไว้ แล้วสลับข้าง

ข้อสังเกต เข่าทั้งสองข้างอยู่ชิดกัน และหลังไม่แอ่น

ยืนโดยมือข้างหนึ่งจับพนักเก้าอี้ แล้วใช้มืออีกข้างจับข้อเท้าของขาที่งอเข่าไว้ด้านหลัง
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การป้องกันและการดูแลตนเอง

  • เพิ่มปริมาณการวิ่งหรือออกกำลังกายทีละน้อย ไม่เกินสัปดาห์ละประมาณหนึ่งในสิบ
  • ฝึกกล้ามเนื้อสะโพกและก้นควบคู่ไปกับต้นขาเสมอ
  • ฝึกให้เข่าอยู่ในแนวเดียวกับปลายเท้า ขณะย่อ กระโดด และลงพื้น
  • สลับชนิดของการออกกำลังกาย เช่น สลับการวิ่งกับการปั่นจักรยานหรือว่ายน้ำ
  • ลุกเปลี่ยนท่าเมื่อต้องนั่งงอเข่านาน
  • เลือกรองเท้าที่พอดีเท้าและเปลี่ยนเมื่อพื้นสึก

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • อาการปวดเข่าด้านหน้าของฉันมาจากอะไร และมีปัญหาโครงสร้างร่วมด้วยหรือไม่
  • ฉันควรลดกิจกรรมลงแค่ไหน และควรเลี่ยงท่าใดบ้าง
  • ควรฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มใดก่อน และควรทำบ่อยแค่ไหน
  • ควรพบนักกายภาพบำบัดหรือไม่
  • ควรดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์ และถ้าไม่ดีขึ้นควรทำอย่างไรต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ปวดเข่าด้านหน้าแปลว่ากระดูกอ่อนสึกหรือไม่

ไม่เสมอไป ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น อาการปวดเข่าด้านหน้าส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากกระดูกอ่อนที่สึก แต่มาจากการที่แรงลงที่ข้อสะบ้ามากเกินไป ซึ่งปรับได้ด้วยการฝึกกล้ามเนื้อและปรับปริมาณการออกกำลังกาย

ควรหยุดออกกำลังกายไหม

ไม่ต้องหยุดทั้งหมด ให้ลดปริมาณลงจนถึงระดับที่ปวดไม่เกินระดับพอทนได้และหายภายในวันถัดไป แล้วค่อย ๆ เพิ่มกลับขึ้นมา การหยุดสนิททำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการมักกลับมาเมื่อเริ่มใหม่

ที่รัดสะบ้าหรือเทปช่วยได้ไหม

ช่วยลดความปวดได้ในบางคนในระยะสั้น และอาจทำให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น แต่ไม่ใช่การรักษาหลัก ควรใช้ควบคู่กับโปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ใช้แทน

ต้องผ่าตัดไหม

แทบไม่ต้อง อาการปวดเข่าด้านหน้าส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการฝึกกล้ามเนื้อและปรับกิจกรรม การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะในกรณีที่มีปัญหาโครงสร้างชัดเจน เช่น สะบ้าเคลื่อนหลุดซ้ำ ๆ

แหล่งอ้างอิง

  1. Willy RW และคณะ. Patellofemoral Pain: Clinical Practice Guidelines. J Orthop Sports Phys Ther. 2019
  2. Neal BS และคณะ. Best practice guide for patellofemoral pain based on synthesis of a systematic review, the patient voice and expert clinical reasoning. Br J Sports Med. 2024

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ