ปวดร้าวลงขา
อาการปวดที่ร้าวจากหลังหรือสะโพกลงไปตามขา มักเกิดจากการระคายเคืองหรือการกดทับของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขา ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองแต่ใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

โรคนี้คืออะไร
เส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขาออกจากไขสันหลังบริเวณหลังส่วนล่าง แล้วรวมกันเป็นเส้นประสาทเส้นใหญ่ที่ทอดลงไปตามด้านหลังของขา เมื่อเส้นประสาทเหล่านี้ถูกกดหรือถูกระคายเคือง คุณจะรู้สึกปวดไปตามแนวที่เส้นประสาทนั้นไปเลี้ยง ไม่ใช่แค่ตรงจุดที่เกิดปัญหา
นี่คือเหตุผลที่ปัญหาอยู่ที่หลัง แต่คุณรู้สึกปวดที่น่องหรือเท้า
คำว่าปวดร้าวลงขาเป็นชื่อของอาการ ไม่ใช่ชื่อของโรค สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือหมอนรองกระดูกสันหลังที่ปลิ้นออกมากดเส้นประสาท รองลงมาคือโพรงกระดูกสันหลังที่ตีบแคบลงตามอายุ

อาการ
- ปวดเป็นแนวยาว จากหลังส่วนล่างหรือก้น ลงไปตามด้านหลังหรือด้านข้างของขา มักเลยเข่าลงไป
- ปวดข้างเดียว เป็นส่วนใหญ่
- ชาหรือรู้สึกซ่า ตามแนวเดียวกัน อาจลงไปถึงปลายเท้า
- ปวดมากขึ้นเวลาไอ จาม หรือเบ่ง
- ปวดมากขึ้นเวลานั่งนาน ในกรณีที่เกิดจากหมอนรองกระดูก
- ปวดมากขึ้นเวลาเดินหรือยืนนาน และดีขึ้นเมื่อนั่งหรือก้มตัว ในกรณีที่เกิดจากโพรงกระดูกสันหลังตีบ
- ในบางราย ขาอ่อนแรง เช่น ยกปลายเท้าไม่ขึ้น หรือเขย่งไม่ได้
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- หมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมากดเส้นประสาท พบบ่อยที่สุดในช่วงอายุ 30–50 ปี
- โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ จากความเสื่อมตามอายุ พบบ่อยขึ้นหลังอายุ 60 ปี
- กระดูกสันหลังเคลื่อน
- กล้ามเนื้อสะโพกที่กดเส้นประสาท
- สาเหตุที่พบไม่บ่อยแต่สำคัญ เช่น การติดเชื้อหรือเนื้องอก ซึ่งเป็นเหตุผลที่แพทย์ตรวจหาสัญญาณเตือน
ปัจจัยที่เพิ่มโอกาส ได้แก่ อายุ น้ำหนักตัวที่มาก งานที่ต้องยกของหนักหรือบิดตัวซ้ำ ๆ การนั่งนาน และการสูบบุหรี่
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
นอกเหนือจากนั้น ควรไปพบแพทย์เมื่อปวดร้าวลงขานานเกินสี่ถึงหกสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น ปวดจนทำงานหรือนอนไม่ได้ หรือมีอาการอ่อนแรงที่ขาแม้เพียงเล็กน้อย
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะถามว่าปวดลงไปถึงระดับไหน ชาตรงไหน อะไรทำให้แย่ลง แล้วตรวจกำลังของกล้ามเนื้อขา ความรู้สึกตามแนวผิวหนัง รีเฟล็กซ์ และท่าทดสอบที่ดึงเส้นประสาท ผลการตรวจจะบอกได้ว่าน่าจะเป็นเส้นประสาทระดับใด
การตรวจภาพ ไม่จำเป็นในช่วงแรกถ้าไม่มีสัญญาณเตือน เพราะผลมักไม่เปลี่ยนการรักษา MRI มีประโยชน์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น มีอาการอ่อนแรง หรือกำลังพิจารณาการฉีดยาหรือการผ่าตัด
การตรวจการนำกระแสประสาท ใช้ในบางราย เพื่อแยกจากปัญหาของเส้นประสาทส่วนปลาย
แนวทางการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยการดูแลแบบไม่ผ่าตัด แม้จะใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคาดไว้
- ขยับตัวต่อ และกลับไปทำกิจวัตรทีละน้อย หลีกเลี่ยงเฉพาะท่าที่ทำให้ปวดร้าวลงขามากขึ้นชัดเจน
- ยาแก้ปวด พาราเซตามอลและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ในบางรายแพทย์อาจพิจารณายากลุ่มที่ใช้กับอาการปวดจากเส้นประสาท ยาทุกกลุ่มมีข้อควรระวังต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
- กายภาพบำบัด ช่วยลดความปวด ฝึกท่าทางที่ไม่กระตุ้นอาการ และค่อย ๆ เพิ่มความทนทาน
- การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เป็นการตัดสินใจของแพทย์ มักพิจารณาเมื่อความปวดรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟู
การผ่าตัด
แพทย์จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อ
- มีอาการอ่อนแรงที่ชัดเจนและเป็นมากขึ้น
- ปวดรุนแรงจนทำอะไรไม่ได้ และไม่ดีขึ้นหลังดูแลด้วยวิธีอื่นมาแล้วประมาณหกถึงสิบสองสัปดาห์
- มีภาวะเส้นประสาทมัดล่างสุดถูกกดทับ ซึ่งต้องผ่าตัดเร่งด่วน
การผ่าตัดที่ทำบ่อยคือการเอาส่วนของหมอนรองกระดูกที่กดเส้นประสาทออก หรือการขยายโพรงกระดูกสันหลังที่ตีบ การผ่าตัดมักช่วยเรื่องอาการที่ขาได้ดีกว่าอาการปวดหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรถามให้ชัดก่อนตัดสินใจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
ทำเท่าที่ไม่ทำให้อาการร้าวลงขามากขึ้น ถ้าท่าใดทำให้ปวดร้าวลงต่ำกว่าเดิม ให้หยุดท่านั้น
นอนคว่ำยันตัวขึ้นบนศอก
เริ่มจาก 5 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
นอนคว่ำ วางศอกทั้งสองข้างไว้ใต้ไหล่ ยันตัวช่วงบนขึ้นเบา ๆ โดยให้สะโพกยังแนบพื้น ค้างไว้ แล้วลดลง
ข้อสังเกต ถ้าอาการที่ขาถอยกลับขึ้นมาใกล้หลังมากขึ้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี ถ้าลงต่ำกว่าเดิมให้หยุด

เลื่อนเส้นประสาทในท่านั่ง
ข้างละ 10 ครั้ง
นั่งบนเก้าอี้ ก้มคอลงเล็กน้อยพร้อมเหยียดเข่าข้างที่ปวดออกไปช้า ๆ แล้วงอเข่ากลับพร้อมเงยคอขึ้น ทำเป็นจังหวะช้า ๆ
ข้อสังเกต ท่านี้ให้รู้สึกตึงเบา ๆ เท่านั้น ห้ามทำจนปวดแปลบ

ยกสะโพก
2 รอบ · 10 ครั้ง
นอนหงายชันเข่า เท้าราบกับพื้น เกร็งก้นแล้วยกสะโพกขึ้นจนลำตัวกับต้นขาเป็นเส้นตรง ค้างไว้ 3 วินาที แล้วลดลงช้า ๆ

เดิน
วันละ 20–30 นาที
เดินในระยะที่ไม่ทำให้อาการที่ขาแย่ลง แบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะ
การป้องกันและการดูแลตนเอง
- ยกของโดยพับสะโพกและงอเข่า ไม่ก้มหลัง ถือของให้ชิดลำตัว และห้ามบิดตัวขณะยก
- ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที ถ้าต้องนั่งนาน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการเดินและการฝึกกล้ามเนื้อลำตัวและสะโพก
- รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม และไม่สูบบุหรี่
- นอนในท่าที่สบายที่สุดสำหรับคุณ หลายคนสบายขึ้นเมื่อนอนตะแคงและวางหมอนไว้ระหว่างเข่า
คำถามที่ควรถามแพทย์
- อาการของฉันน่าจะเกิดจากเส้นประสาทระดับใด และจากสาเหตุอะไร
- ฉันมีอาการอ่อนแรงที่ต้องเฝ้าระวังหรือไม่
- จำเป็นต้องทำ MRI ตอนนี้หรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
- ควรดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์ และควรกลับมาพบแพทย์เมื่อไหร่
- ฉันควรทำท่าบริหารแบบไหน และควรเลี่ยงท่าใด
คำถามที่พบบ่อย
ปวดร้าวลงขาต้องผ่าตัดไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ผู้ป่วยจำนวนมากดีขึ้นเองภายในหกถึงสิบสองสัปดาห์ แม้ภาพ MRI จะเห็นหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาทอยู่ก็ตาม การผ่าตัดมักพิจารณาเมื่ออาการรุนแรงและไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอ่อนแรงที่ชัดเจน
อาการชาที่ขาจะหายไหม
อาการชาและอาการซ่ามักดีขึ้นตามความปวด แต่บางครั้งเป็นสิ่งสุดท้ายที่หาย และอาจใช้เวลาหลายเดือน ถ้าอาการชาลามขึ้นหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์
ควรนอนพักไหม
ไม่ควรนอนพักสนิทนาน ๆ ให้ขยับตัวเท่าที่ทำได้ และกลับไปทำกิจวัตรตามปกติทีละน้อย การนอนนิ่งนานมักทำให้อาการยืดเยื้อกว่า
ปวดร้าวลงขาเกิดจากหมอนรองกระดูกเสมอไปหรือไม่
ไม่เสมอไป สาเหตุอื่นที่พบได้ ได้แก่ โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบตามอายุ กล้ามเนื้อสะโพกที่กดเส้นประสาท และภาวะอื่นที่ไม่เกี่ยวกับหลังเลย เช่น ปัญหาที่ข้อสะโพกหรือหลอดเลือด แพทย์จึงต้องตรวจแยก
แหล่งอ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
ฟื้นฟู
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

