รองช้ำ
อาการปวดส้นเท้าจากพังผืดใต้ฝ่าเท้าที่ถูกใช้งานเกินกำลัง มักปวดมากที่สุดเมื่อก้าวเท้าลงพื้นครั้งแรกในตอนเช้า ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการยืดและปรับรองเท้า

โรคนี้คืออะไร
ใต้ฝ่าเท้าของคุณมีแผ่นเนื้อเยื่อหนาเหนียวทอดจากส้นเท้าไปยังโคนนิ้วเท้า เรียกว่า แผ่นเนื้อเยื่อเหนียวใต้ฝ่าเท้าที่ทอดจากส้นเท้าไปยังโคนนิ้ว ทำหน้าที่ค้ำอุ้งเท้าและช่วยส่งแรงตอนก้าวเดิน (plantar fascia) ทำหน้าที่ค้ำอุ้งเท้าไว้และช่วยส่งแรงตอนคุณก้าวเดิน
เมื่อพังผืดนี้ถูกใช้งานเกินกำลัง จุดที่พังผืดเกาะกับส้นเท้าจะเกิดการบาดเจ็บระดับเล็ก ๆ สะสม ชื่อไทยว่ารองช้ำ ชื่อทางการแพทย์คือ plantar fasciitis
แม้ชื่อภาษาอังกฤษจะลงท้ายว่า itis ซึ่งแปลว่าอักเสบ แต่ในความเป็นจริง เนื้อเยื่อที่ตรวจพบมักเป็นการเสื่อมสภาพมากกว่าการอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งอธิบายว่าทำไมยาแก้อักเสบจึงช่วยได้เพียงบางส่วน

อาการ
- ปวดใต้ส้นเท้าค่อนไปทางด้านใน กดแล้วเจ็บตรงจุด
- ปวดมากที่สุดตอนก้าวแรกในตอนเช้า แล้วเบาลงเมื่อเดินไปสัก 10–15 นาที
- ปวดกลับมาอีกหลังนั่งนาน ๆ แล้วลุกเดิน
- ปวดมากขึ้นเมื่อยืนนานหรือเดินไกล โดยเฉพาะบนพื้นแข็งหรือเดินเท้าเปล่า
- โดยทั่วไป ไม่บวมและไม่แดง ถ้ามีบวมแดงร้อนร่วมด้วย ควรให้แพทย์ตรวจ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- เพิ่มปริมาณการเดินหรือวิ่งเร็วเกินไป
- ยืนหรือเดินบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในงานที่ต้องยืนทั้งวัน
- น้ำหนักตัวที่มาก
- เอ็นร้อยหวายและน่องตึง เป็นปัจจัยที่พบร่วมบ่อยที่สุดและแก้ไขได้
- รองเท้าที่พื้นบางหรือไม่รองรับอุ้งเท้า และการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
- อุ้งเท้าสูงมากหรือเท้าแบนมาก
- อายุ 40–60 ปี
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเองมาแล้วประมาณหกถึงแปดสัปดาห์ ปวดจนเดินหรือทำงานไม่ได้ หรือปวดทั้งสองข้างพร้อมกัน
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก ลักษณะอาการปวดก้าวแรกในตอนเช้าเป็นเบาะแสที่ชัดเจนที่สุด แพทย์จะกดหาจุดเจ็บที่ส้นเท้าด้านใน ตรวจความตึงของเอ็นร้อยหวายและน่อง และดูรูปเท้ากับการเดิน
เอกซเรย์ ไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ใช้เมื่อสงสัยกระดูกหักล้าหรือสาเหตุอื่น
อัลตราซาวด์หรือ MRI ใช้ในรายที่อาการไม่ดีขึ้นตามที่ควร หรือเมื่อสงสัยการฉีกขาดของพังผืดหรือปัญหาของเส้นประสาท
แนวทางการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
ผู้ป่วยกว่าเก้าในสิบดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด สิ่งที่ได้ผลที่สุดคือการทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่การทำหลายอย่างพร้อมกันแล้วเลิกกลางคัน
- การยืด ทั้งพังผืดใต้ฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวาย เป็นการรักษาที่มีหลักฐานสนับสนุนดีที่สุด
- ปรับรองเท้า ใส่รองเท้าที่มีพื้นรองรับอุ้งเท้าและซับแรงกระแทกได้ ห้ามเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง โดยเฉพาะก้าวแรกหลังตื่นนอน
- แผ่นรองอุ้งเท้า ทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบสั่งทำ ช่วยลดความปวดได้ในหลายคน แบบสำเร็จรูปมักได้ผลไม่ต่างจากแบบสั่งทำ
- ปรับปริมาณกิจกรรม ลดการวิ่งหรือการยืนนานลงชั่วคราว แล้วค่อย ๆ เพิ่มกลับ
- ลดน้ำหนักตัว ถ้าน้ำหนักเกิน
- ยาแก้ปวด ใช้ในช่วงสั้น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
- เฝือกอ่อนใส่ตอนกลางคืน ที่ตรึงข้อเท้าไว้ในท่ากระดกขึ้น ช่วยลดอาการปวดก้าวแรกในตอนเช้าได้ในบางคน
- การรักษาอื่น เช่น การฉีดยา หรือคลื่นกระแทก เป็นการตัดสินใจของแพทย์ในรายที่อาการยืดเยื้อ
การผ่าตัด
พบไม่บ่อย แพทย์จะพิจารณาเมื่อดูแลด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่มาแล้วอย่างน้อยหกถึงสิบสองเดือนแต่ยังปวดจนกระทบชีวิตประจำวัน การผ่าตัดคือการคลายพังผืดบางส่วน และมีระยะฟื้นตัวหลายเดือน

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
ทำทุกวัน โดยเฉพาะ ก่อนก้าวเท้าลงพื้นในตอนเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่ได้ผลที่สุด
ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้า
3 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
นั่งไขว่ห้างเอาข้อเท้าข้างที่ปวดพาดบนเข่าอีกข้าง ใช้มือจับนิ้วเท้าทั้งห้าดึงกระดกขึ้นเข้าหาหน้าแข้งจนรู้สึกตึงใต้ฝ่าเท้า ค้างไว้ แล้วผ่อน
ข้อสังเกต ทำท่านี้ก่อนลุกจากเตียงทุกเช้า และก่อนลุกหลังนั่งนาน ๆ

ยืดน่องโดยยันผนัง
ข้างละ 3 ครั้ง · ค้างไว้ 30 วินาที
ยืนหันหน้าเข้าผนัง วางมือทั้งสองบนผนัง ก้าวขาข้างที่ปวดไปด้านหลัง เข่าเหยียดตรงและส้นเท้าแนบพื้น โน้มตัวเข้าหาผนังจนรู้สึกตึงที่น่อง
ข้อสังเกต ทำซ้ำอีกครั้งโดยงอเข่าหลังเล็กน้อย เพื่อยืดน่องมัดที่อยู่ลึกลงไป

กลิ้งขวดน้ำแช่เย็นใต้ฝ่าเท้า
วันละ 2 ครั้ง · ครั้งละ 5 นาที
นั่งบนเก้าอี้ วางขวดน้ำแช่เย็นไว้ใต้ฝ่าเท้า แล้วกลิ้งไปมาจากส้นเท้าถึงโคนนิ้วช้า ๆ โดยกดลงพอรู้สึกได้
ข้อสังเกต กดพอรู้สึกตึง ไม่ใช่จนปวด

เขย่งปลายเท้าโดยมีผ้าหนุนนิ้ว
3 รอบ · 12 ครั้ง
วางผ้าขนหนูม้วนไว้ใต้โคนนิ้วเท้าเพื่อให้นิ้วกระดกขึ้น ยืนจับพนักเก้าอี้ แล้วเขย่งส้นขึ้นช้า ๆ นับ 3 วินาที ค้างไว้ แล้วลดลงช้า ๆ นับ 3 วินาที
ข้อสังเกต ท่านี้ทั้งยืดและสร้างความแข็งแรง เริ่มด้วยสองขาก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นขาเดียวเมื่อไหว

การป้องกันและการดูแลตนเอง
- ห้ามเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง วางรองเท้าแตะที่มีพื้นรองรับไว้ข้างเตียง
- เลือกรองเท้าที่พื้นไม่บางและรองรับอุ้งเท้า และเปลี่ยนเมื่อพื้นสึก
- ยืดน่องและฝ่าเท้าทุกวัน แม้ในช่วงที่ไม่ปวด
- เพิ่มระยะเดินหรือวิ่งทีละน้อย ไม่เกินสัปดาห์ละประมาณหนึ่งในสิบ
- รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
- ถ้าต้องยืนทำงานทั้งวัน ให้ใช้แผ่นรองพื้นนุ่ม และเปลี่ยนท่ายืนบ่อย ๆ
คำถามที่ควรถามแพทย์
- อาการปวดส้นเท้าของฉันเข้าได้กับรองช้ำหรือไม่ และมีสาเหตุอื่นที่ต้องแยกหรือเปล่า
- ฉันควรทำท่ายืดแบบไหน วันละกี่ครั้ง และควรทำนานแค่ไหนก่อนตัดสินผล
- รองเท้าและแผ่นรองอุ้งเท้าแบบใดเหมาะกับเท้าของฉัน
- ฉันควรลดกิจกรรมอะไรบ้าง และลดนานแค่ไหน
- ถ้าไม่ดีขึ้น ทางเลือกถัดไปของฉันคืออะไร
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมถึงปวดมากที่สุดตอนก้าวแรกในตอนเช้า
ขณะที่คุณนอน พังผืดใต้ฝ่าเท้าจะอยู่ในท่าหดสั้น พอลุกลงเดินก้าวแรก พังผืดจึงถูกยืดอย่างรวดเร็วและเจ็บ เมื่อเดินไปสักพักพังผืดคลายตัวขึ้น อาการจึงเบาลง แล้วมักกลับมาปวดอีกหลังนั่งนาน ๆ
มีกระดูกงอกที่ส้นเท้า ต้องผ่าตัดออกไหม
ไม่ต้อง กระดูกงอกที่ส้นเท้าพบได้ในคนจำนวนมากที่ไม่มีอาการเลย และมักเป็นผลจากแรงดึงมากกว่าจะเป็นสาเหตุของความปวด การรักษาจึงมุ่งไปที่พังผืด ไม่ใช่ที่กระดูกงอก
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหาย
ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายในหลายเดือน และบางรายใช้เวลาถึงหนึ่งปี ซึ่งนานกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดไว้ ความสม่ำเสมอของการยืดและการปรับรองเท้าสำคัญกว่าการหาวิธีใหม่ ๆ
การฉีดสเตียรอยด์ช่วยได้ไหม
ช่วยลดความปวดได้ในระยะสั้นในบางราย แต่ไม่ใช่การรักษาแรกและไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย เพราะมีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของพังผืดและการฝ่อของไขมันใต้ส้นเท้า เป็นการตัดสินใจของแพทย์
แหล่งอ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
การรักษา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

