เอ็นร้อยหวายอักเสบ
ภาวะที่เอ็นร้อยหวายเสื่อมสภาพจากการใช้งานซ้ำ ๆ ทำให้ปวดและตึงบริเวณหลังข้อเท้า โดยเฉพาะช่วงเริ่มออกกำลังกาย การฝึกแบบมีแรงต้านคือการรักษาหลัก

โรคนี้คืออะไร
เอ็นร้อยหวายเชื่อมกล้ามเนื้อน่องกับกระดูกส้นเท้า ทำหน้าที่ส่งแรงจากน่องลงสู่พื้นทุกครั้งที่คุณเขย่ง เดิน หรือวิ่ง เอ็นนี้รับแรงได้หลายเท่าของน้ำหนักตัวในแต่ละก้าววิ่ง
เมื่อปริมาณการใช้งานมากกว่าที่เอ็นจะปรับตัวทัน เนื้อเอ็นจะเริ่มเสื่อมสภาพ เส้นใยเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ และหนาตัวขึ้น สภาพนี้เรียกว่า เอ็นเสื่อมสภาพ (tendinopathy)
แบ่งตามตำแหน่งได้สองแบบ ซึ่งดูแลต่างกันเล็กน้อย
- แบบกลางเอ็น ปวดสูงจากส้นเท้าขึ้นมาประมาณ 2–6 เซนติเมตร พบบ่อยที่สุด
- แบบที่จุดเกาะ ปวดตรงจุดที่เอ็นเกาะกระดูกส้นเท้า มักไวต่อการยืดลึกและการใส่รองเท้าที่กดส้น

อาการ
- ปวดและตึงที่หลังข้อเท้า โดยเฉพาะตอนตื่นนอนและตอนเริ่มออกกำลังกาย
- อาการเบาลงเมื่ออุ่นเครื่องแล้ว แล้วกลับมาปวดมากขึ้นหลังจบกิจกรรมหรือวันถัดไป
- เอ็นหนาขึ้นและกดเจ็บ คลำได้เป็นก้อนตึงตามแนวเอ็น
- บวมเล็กน้อย รอบเอ็น
- เขย่งแล้วเจ็บ และแรงถีบลดลง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- เพิ่มปริมาณหรือความเข้มข้นของการวิ่งเร็วเกินไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
- น่องตึงและข้อเท้ากระดกขึ้นได้น้อย
- น้ำหนักตัวที่มาก
- อายุ 30–50 ปี
- เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และโรคข้ออักเสบบางชนิด
- รองเท้าที่ไม่เหมาะหรือพื้นสึกแล้ว
- ยาปฏิชีวนะกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาของเอ็น หากเริ่มปวดเอ็นระหว่างใช้ยากลุ่มนี้ ควรปรึกษาแพทย์
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังปรับกิจกรรมและฝึกมาแล้วประมาณแปดถึงสิบสองสัปดาห์
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก แพทย์จะคลำหาจุดกดเจ็บและความหนาของเอ็น ตรวจความตึงของน่อง ดูว่าคุณเขย่งขาเดียวได้หรือไม่ และบีบน่องดูว่าเอ็นยังต่อกันอยู่หรือไม่
อัลตราซาวด์ เห็นความหนาและการเสื่อมสภาพของเอ็นได้ดี และดูขณะขยับได้
MRI ใช้เมื่อสงสัยการฉีกขาดบางส่วน หรือเมื่อกำลังพิจารณาการผ่าตัด
เอกซเรย์ ใช้ดูหินปูนที่จุดเกาะหรือปุ่มกระดูกส้นเท้าในแบบที่จุดเกาะ
แนวทางการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
การฝึกแบบมีแรงต้าน คือการรักษาหลักและมีหลักฐานสนับสนุนดีที่สุด หัวใจอยู่ที่จังหวะผ่อนกลับลงอย่างช้า ๆ ซึ่งเป็นจังหวะที่กระตุ้นให้เอ็นสร้างเนื้อเยื่อใหม่
ปรับปริมาณกิจกรรม ไม่ใช่หยุดทั้งหมด ลดลงจนถึงระดับที่ปวดไม่เกินระดับพอทนได้และหายภายในวันถัดไป แล้วค่อย ๆ เพิ่มกลับ
แผ่นเสริมส้นเท้า ยกส้นขึ้นเล็กน้อยเพื่อลดแรงตึงที่เอ็นในช่วงที่ปวดมาก ใช้ชั่วคราวแล้วค่อยเลิก
ปรับรองเท้า เลี่ยงรองเท้าที่ขอบหลังกดตรงจุดที่เจ็บ โดยเฉพาะในแบบที่จุดเกาะ
ยาแก้ปวด ใช้ในช่วงสั้น ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
การรักษาอื่น เช่น คลื่นกระแทก เป็นการตัดสินใจของแพทย์ในรายที่อาการยืดเยื้อ แพทย์มักหลีกเลี่ยงการฉีดสเตียรอยด์เข้าเนื้อเอ็นโดยตรง เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่เอ็นจะขาด
การผ่าตัด
พบไม่บ่อย แพทย์จะพิจารณาเมื่อดูแลด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่มาแล้วอย่างน้อยหกเดือนแต่ยังปวดจนกระทบชีวิตประจำวัน หรือในกรณีที่เอ็นขาดสมบูรณ์ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
โปรแกรมฝึกใช้เวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์ ปวดระหว่างทำในระดับพอทนได้ถือว่ายอมรับได้ ตราบใดที่หายภายในเช้าวันถัดไป
เขย่งสองขาบนพื้นราบ
3 รอบ · 15 ครั้ง
ยืนจับพนักเก้าอี้ เขย่งส้นขึ้นช้า ๆ นับ 3 วินาที ค้างไว้ 2 วินาที แล้วลดส้นลงช้า ๆ นับ 3 วินาที
ข้อสังเกต เริ่มจากท่านี้ในช่วงสองสัปดาห์แรก จังหวะลงต้องช้ากว่าจังหวะขึ้นเสมอ

เขย่งขาเดียว
3 รอบ · 12 ครั้ง
ยืนจับพนักเก้าอี้ ยกเท้าอีกข้างขึ้น เขย่งส้นข้างที่ปวดขึ้นช้า ๆ แล้วลดลงช้า ๆ นับ 3 วินาที
ข้อสังเกต เมื่อทำท่าสองขาได้สบายแล้วจึงเปลี่ยนมาท่านี้

ลดส้นลงจากขั้นบันได
3 รอบ · 12 ครั้ง
ยืนบนขอบขั้นบันไดโดยให้ส้นเท้ายื่นพ้นขอบ จับราวไว้ เขย่งขึ้นด้วยสองขา แล้วยกขาที่ดีขึ้นและลดส้นข้างที่ปวดลงต่ำกว่าระดับขั้นช้า ๆ นับ 3 วินาที
ข้อสังเกต ท่านี้ใช้กับแบบกลางเอ็น ถ้าคุณปวดตรงจุดที่เอ็นเกาะกระดูกส้นเท้า ให้ทำบนพื้นราบแทน เพราะการลดส้นต่ำกว่าระดับจะกดจุดที่เจ็บ

ยืดน่องโดยยันผนัง
ข้างละ 3 ครั้ง · ค้างไว้ 30 วินาที
ยืนหันหน้าเข้าผนัง ก้าวขาข้างที่ปวดไปด้านหลัง เข่าเหยียดตรงและส้นเท้าแนบพื้น โน้มตัวเข้าหาผนังจนรู้สึกตึงที่น่อง แล้วทำซ้ำโดยงอเข่าหลังเล็กน้อย

การป้องกันและการดูแลตนเอง
- เพิ่มระยะและความเร็วทีละน้อย ไม่เกินสัปดาห์ละประมาณหนึ่งในสิบ และไม่เพิ่มทั้งสองอย่างพร้อมกัน
- ยืดน่องและฝึกเขย่งอย่างสม่ำเสมอ แม้ในช่วงที่ไม่ปวด
- อุ่นเครื่องก่อนออกกำลังกาย อย่างน้อย 10 นาที
- เปลี่ยนรองเท้าเมื่อพื้นสึก และเลี่ยงรองเท้าที่ขอบหลังกดตรงจุดที่เจ็บ
- ระวังการเปลี่ยนพื้นผิววิ่งกะทันหัน เช่น จากลู่ยางไปวิ่งขึ้นเนินหรือบนทราย
- ควบคุมน้ำหนักตัว น้ำตาลในเลือด และไขมันในเลือด
คำถามที่ควรถามแพทย์
- อาการของฉันเป็นแบบกลางเอ็นหรือแบบที่จุดเกาะ และท่าฝึกต่างกันอย่างไร
- เอ็นของฉันมีการฉีกขาดบางส่วนหรือไม่
- ฉันควรลดการวิ่งหรือกิจกรรมลงแค่ไหน และควรกลับมาเพิ่มเมื่อไหร่
- ควรใช้แผ่นเสริมส้นเท้าหรือไม่ และควรใช้นานแค่ไหน
- ควรทำโปรแกรมฝึกนานเท่าไรก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ยาแก้อักเสบช่วยได้ไหม
ช่วยเรื่องความปวดได้บ้างในระยะสั้น แต่ปัญหาหลักของภาวะนี้คือการเสื่อมสภาพของเอ็นมากกว่าการอักเสบ ยาจึงไม่ใช่การรักษาหลัก การฝึกแบบมีแรงต้านคือสิ่งที่เปลี่ยนเนื้อเอ็นได้จริง
ควรหยุดวิ่งเลยไหม
ไม่ต้องหยุดทั้งหมดในกรณีส่วนใหญ่ ให้ลดระยะและความเร็วลงจนถึงระดับที่ปวดไม่เกินระดับพอทนได้และหายภายในวันถัดไป แล้วค่อย ๆ เพิ่มกลับ การหยุดสนิททำให้เอ็นอ่อนแอลงและอาการมักกลับมาเมื่อเริ่มใหม่
ห้ามฉีดสเตียรอยด์ที่เอ็นร้อยหวายจริงไหม
โดยทั่วไปแพทย์หลีกเลี่ยงการฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในเนื้อเอ็นร้อยหวายโดยตรง เพราะเพิ่มความเสี่ยงที่เอ็นจะขาด หากจะฉีดอะไรก็ตาม ต้องเป็นการตัดสินใจของแพทย์ที่ประเมินแล้ว
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะดีขึ้น
โปรแกรมฝึกมักใช้เวลา 12 สัปดาห์ขึ้นไปจึงเห็นผลชัด และหลายรายใช้เวลาหลายเดือน เอ็นเปลี่ยนแปลงช้ากว่ากล้ามเนื้อมาก ความสม่ำเสมอจึงสำคัญกว่าความหนัก
แหล่งอ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
การตรวจ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

