มือและข้อมือ

กลุ่มอาการเส้นประสาทข้อมือถูกกดทับ

ภาวะที่เส้นประสาทบริเวณข้อมือถูกกดทับ ทำให้ชาปลายนิ้ว โดยเฉพาะตอนกลางคืน และอาจทำให้มือหยิบจับได้ไม่ถนัด ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือและปรับการใช้งาน

หญิงสูงวัยนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ยกมือขึ้นสะบัด โดยฝ่ามือและนิ้วมีสีแดง
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

ที่ฝั่งฝ่ามือของข้อมือ มีช่องแคบ ๆ ที่เกิดจากกระดูกข้อมือด้านล่างและแผ่นเอ็นเหนียวคลุมด้านบน เรียกว่า อุโมงค์ข้อมือ (carpal tunnel) ในช่องนี้มีเอ็นงอนิ้วเก้าเส้นและเส้นประสาทหนึ่งเส้นลอดผ่านไปด้วยกัน

เส้นประสาทเส้นนั้นคือ (median nerve) ซึ่งรับความรู้สึกจากนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง และสั่งงานกล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือ

เมื่อความดันในอุโมงค์สูงขึ้น ไม่ว่าจากเยื่อหุ้มเอ็นที่บวม จากการที่ข้อมืออยู่ในท่างอหรือกระดกนาน ๆ หรือจากภาวะอื่นในร่างกาย เส้นประสาทจะถูกกด และเริ่มส่งสัญญาณผิดปกติ

อุโมงค์นี้ไม่ยืดหยุ่น เพราะพื้นเป็นกระดูกและเพดานเป็นแผ่นเอ็นเหนียว เมื่อมีอะไรบวมขึ้นภายใน จึงไม่มีที่ให้ขยาย และเส้นประสาทเป็นสิ่งที่นิ่มที่สุดในนั้น

ภาพวาดกายวิภาคของฝ่ามือและข้อมือ มีภาพตัดขวางที่ข้อมือแสดงกระดูกเล็ก ๆ เรียงเป็นรูปโค้ง เส้นเอ็นหลายเส้น และเส้นประสาทที่ถูกเบียดอยู่ใต้แถบเอ็นซึ่งระบายเป็นสีแดง
เส้นประสาทลอดผ่านช่องแคบที่ข้อมือร่วมกับเส้นเอ็นหลายเส้น ใต้แถบเอ็นที่คลุมอยู่ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

  • ชาหรือรู้สึกซ่าที่นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งหนึ่งของนิ้วนาง โดยทั่วไป นิ้วก้อยไม่ชา ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่มีประโยชน์
  • ชาตอนกลางคืนจนตื่น เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด
  • สะบัดมือแล้วดีขึ้น เป็นเบาะแสที่ชัดเจนมาก
  • ชาเวลาขับรถ ถือโทรศัพท์ หรือถือหนังสืออ่านนาน ๆ
  • ในระยะที่เป็นมากขึ้น ชาตลอดเวลา และ หยิบจับของหลุดมือ เช่น ทำแก้วหล่น หรือติดกระดุมลำบาก
  • ในระยะท้าย กล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือลีบลง จนเห็นเป็นแอ่ง
ชายคนหนึ่งนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ยกมือข้างหนึ่งขึ้นสะบัด โดยฝ่ามือและนิ้วมีสีแดง
การสะบัดมือแล้วอาการดีขึ้นชั่วคราว เป็นสิ่งที่หลายคนสังเกตได้เองภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

ในหลายรายไม่พบเหตุจำเพาะ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่

  • เพศหญิงและช่วงอายุ 40–60 ปี
  • การตั้งครรภ์ ซึ่งมักดีขึ้นเองหลังคลอด
  • เบาหวาน และ ไทรอยด์ทำงานน้อย
  • โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
  • น้ำหนักตัวที่มาก
  • งานที่ต้องใช้ข้อมือซ้ำ ๆ ในท่างอหรือกระดก และงานที่ใช้เครื่องมือสั่นสะเทือน
  • การเคยกระดูกข้อมือหัก ซึ่งทำให้รูปร่างของอุโมงค์เปลี่ยนไป

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการชารบกวนการนอนติดต่อกันหลายคืน อาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเริ่มทำของหลุดมือ

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

การซักประวัติและตรวจร่างกาย ลักษณะของอาการเป็นสิ่งที่บอกได้มากที่สุด แพทย์จะถามว่านิ้วไหนชา ชาตอนไหน และสะบัดมือแล้วดีขึ้นหรือไม่ จากนั้นตรวจความรู้สึกที่ปลายนิ้ว ตรวจกำลังของกล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือ ดูว่ากล้ามเนื้อลีบหรือไม่ และลองท่าที่เพิ่มความดันในอุโมงค์ดูว่ากระตุ้นอาการหรือไม่

การตรวจการนำกระแสประสาท ช่วยยืนยันการวินิจฉัย บอกความรุนแรง และแยกจากปัญหาที่คอหรือเส้นประสาทอื่น มักทำเมื่อการวินิจฉัยไม่ชัดเจน หรือเมื่อกำลังพิจารณาผ่าตัด

อัลตราซาวด์ ใช้ดูขนาดของเส้นประสาทและสิ่งที่กดทับในบางราย

การตรวจเลือด อาจทำเพื่อหาโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น เบาหวานหรือไทรอยด์

แนวทางการรักษา

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

เหมาะกับรายที่อาการยังไม่รุนแรงและกล้ามเนื้อยังไม่ลีบ

อุปกรณ์พยุงข้อมือ เป็นการรักษาแรกที่แนะนำ ใส่ตอนกลางคืนโดยให้ข้อมืออยู่ในแนวตรง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ความดันในอุโมงค์ต่ำที่สุด ควรใส่ต่อเนื่องอย่างน้อยหลายสัปดาห์ก่อนตัดสินผล

ปรับการใช้งาน ลดงานที่ต้องงอหรือกระดกข้อมือค้างนาน ๆ พักเปลี่ยนท่าเป็นระยะ และจัดโต๊ะทำงานให้ข้อมืออยู่ในแนวตรง

ท่าเลื่อนเส้นประสาทและเอ็น ช่วยให้เส้นประสาทเลื่อนตัวได้ดีขึ้นในอุโมงค์

รักษาโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น ควบคุมเบาหวานและภาวะไทรอยด์

การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าอุโมงค์ข้อมือ ช่วยลดอาการได้ในหลายราย มักได้ผลในระยะกลาง เป็นการตัดสินใจของแพทย์ และไม่ควรฉีดซ้ำบ่อย

การผ่าตัด

แพทย์จะพิจารณาเมื่อ

  • อาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลด้วยวิธีอื่นมาแล้วหลายเดือน
  • ผลการตรวจการนำกระแสประสาทบ่งว่าเส้นประสาทถูกกดมาก
  • กล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือเริ่มลีบ หรือความรู้สึกลดลงชัดเจน ซึ่งไม่ควรรอ

การผ่าตัดคือการตัดแผ่นเอ็นที่เป็นเพดานของอุโมงค์ เพื่อให้เส้นประสาทมีที่มากขึ้น อาการชาตอนกลางคืนมักดีขึ้นเร็ว ส่วนความแข็งแรงและความรู้สึกอาจใช้เวลาหลายเดือน และในรายที่เป็นมานานอาจไม่กลับมาเต็มที่

ภาพสองช่อง ช่องซ้ายหญิงคนหนึ่งนอนหลับโดยสวมอุปกรณ์พยุงข้อมือ ช่องขวานั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์โดยวางแขนและข้อมือราบไปกับโต๊ะ
อุปกรณ์พยุงข้อมือตอนกลางคืน กับท่าของข้อมือระหว่างวัน เป็นสองอย่างที่มักใช้ร่วมกันภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู

ทำวันละ 2–3 รอบ ในช่วงที่ไม่ปวด หยุดถ้าอาการชาแย่ลงระหว่างทำ

เลื่อนเส้นประสาทที่ข้อมือ

3 รอบ · 5 ครั้ง · ค้างท่าละ 5 วินาที

เริ่มจากกำมือโดยหัวแม่มืออยู่นอกกำปั้น แล้วเปลี่ยนท่าไปทีละขั้น คือแบมือเหยียดนิ้วตรง จากนั้นกระดกข้อมือขึ้น จากนั้นกางหัวแม่มือออก แล้วค่อย ๆ กลับมาที่ท่าเริ่มต้น

ข้อสังเกต ท่านี้ให้รู้สึกตึงเบา ๆ เท่านั้น ห้ามทำจนชามากขึ้น

นั่งกางแขนข้างหนึ่งออกด้านข้าง แสดงลำดับการเปลี่ยนท่ามือจากกำหมัดไปจนแบมือเหยียดนิ้วตรง
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

เลื่อนเอ็นงอนิ้ว

3 รอบ · 5 ครั้ง

เริ่มจากเหยียดนิ้วตรงทั้งห้า จากนั้นงอปลายนิ้วลงเป็นตะขอโดยข้อโคนนิ้วยังตรง จากนั้นกำมือเต็ม แล้วกลับมาเหยียดตรง

ภาพระยะใกล้ของมือที่ยกขึ้นในท่ากำแบบตะขอ คือ งอข้อนิ้วส่วนปลายลงโดยข้อโคนนิ้วยังเหยียดตรง
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ยืดข้อมือ

ข้างละ 3 ครั้ง · ค้างไว้ 20 วินาที

เหยียดแขนข้างที่มีอาการไปข้างหน้า หงายฝ่ามือขึ้น ใช้มืออีกข้างดึงปลายนิ้วลงเบา ๆ จนรู้สึกตึงที่ท้องแขน แล้วสลับเป็นคว่ำฝ่ามือและกดหลังมือลง

ภาพสองท่าของผู้หญิงที่เหยียดแขนข้างหนึ่งไปข้างหน้า ท่าแรกกระดกข้อมือลงจนปลายนิ้วชี้ลงพื้น ท่าที่สองเหยียดมือให้ปลายนิ้วชี้ไปข้างหน้า
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การป้องกันและการดูแลตนเอง

  • จัดโต๊ะทำงานให้ข้อมืออยู่ในแนวตรง ขณะพิมพ์หรือใช้เมาส์ และหาที่รองข้อมือ
  • พักและเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที ถ้าต้องใช้มือซ้ำ ๆ
  • ถือโทรศัพท์โดยไม่งอข้อมือค้าง และวางไว้บนโต๊ะแทนการถือนาน ๆ
  • ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือตอนกลางคืน ถ้าแพทย์แนะนำ และใส่ให้ต่อเนื่อง
  • ควบคุมเบาหวาน ไทรอยด์ และน้ำหนักตัว
  • ใช้ถุงมือกันสั่นสะเทือน ถ้างานของคุณต้องใช้เครื่องมือที่สั่น

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • อาการชาของฉันมาจากข้อมือหรือมาจากคอ
  • ควรตรวจการนำกระแสประสาทหรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
  • กล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือของฉันลีบไปแล้วหรือยัง
  • ควรใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือแบบไหน ใส่เมื่อไหร่ และนานแค่ไหน
  • ควรลองรักษาแบบไม่ผ่าตัดนานเท่าไรก่อนพิจารณาผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมถึงชามากตอนกลางคืน

ขณะหลับ หลายคนงอหรือกระดกข้อมือโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเพิ่มความดันในอุโมงค์ข้อมือ และของเหลวในร่างกายก็กระจายตัวต่างจากตอนกลางวัน อาการจึงมักมาตอนกลางคืน และดีขึ้นเมื่อสะบัดมือ

ใส่อุปกรณ์พยุงข้อมือช่วยได้จริงไหม

ช่วยได้จริงและเป็นการรักษาแรกที่แนะนำ โดยเฉพาะการใส่ตอนกลางคืน เพราะทำให้ข้อมืออยู่ในแนวตรงซึ่งเป็นตำแหน่งที่ความดันในอุโมงค์ต่ำที่สุด ควรใส่ต่อเนื่องอย่างน้อยหลายสัปดาห์จึงจะประเมินผลได้

ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอย่างไร

ในรายที่อาการไม่รุนแรง หลายคนอาการคงที่หรือดีขึ้นได้ แต่ถ้าปล่อยให้เส้นประสาทถูกกดทับนานจนกล้ามเนื้อโคนนิ้วหัวแม่มือลีบ ความแข็งแรงและความรู้สึกอาจไม่กลับมาเต็มที่แม้ผ่าตัดแล้ว จึงไม่ควรรอจนถึงจุดนั้น

ผ่าตัดแล้วหายไหม และต้องพักนานแค่ไหน

การผ่าตัดคลายอุโมงค์ข้อมือได้ผลดีในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องอาการชาตอนกลางคืนซึ่งมักดีขึ้นเร็ว ส่วนความแข็งแรงและความรู้สึกอาจใช้เวลาหลายเดือน ระยะพักงานขึ้นกับลักษณะงาน ควรถามแพทย์สำหรับกรณีของคุณ

แหล่งอ้างอิง

  1. Shapiro LM และคณะ. American Academy of Orthopaedic Surgeons/ASSH Clinical Practice Guideline Summary: Management of Carpal Tunnel Syndrome. J Am Acad Orthop Surg. 2024
  2. Jiménez-Del-Barrio S และคณะ. The effectiveness of manual therapy on pain, physical function, and nerve conduction studies in carpal tunnel syndrome patients: a systematic review and meta-analysis. Int Orthop. 2021

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ