คอ

ปวดคอ

อาการปวดคอส่วนใหญ่มาจากกล้ามเนื้อและข้อต่อรอบคอ และมักดีขึ้นได้เอง แต่หากมีอาการร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรง ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม

หญิงวัยกลางคนนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ เอี้ยวตัวมาใช้มือกุมต้นคอด้านข้างซึ่งมีแสงสีแดง
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

คอของคุณมีกระดูกสันหลังเจ็ดข้อ ทำหน้าที่รับน้ำหนักศีรษะซึ่งหนักประมาณ 4–5 กิโลกรัม และยังต้องหันและก้มเงยได้กว้าง กล้ามเนื้อและเอ็นจำนวนมากทำงานตลอดเวลาเพื่อประคองสมดุลนี้

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาการปวดคอมาจากกล้ามเนื้อและข้อต่อที่ทำงานหนักหรืออยู่ในท่าเดิมนาน ไม่ได้เกิดจากความเสียหายของโครงสร้างที่ร้ายแรง

ภาพวาดกายวิภาคด้านข้างของศีรษะ คอ และหัวไหล่ แสดงกระดูกคอและกล้ามเนื้อคอบ่าที่แผ่ลงมาถึงสะบัก โดยมีแสงสีแดงอยู่บริเวณโคนคอต่อกับบ่า
กล้ามเนื้อคอบ่าแผ่ลงไปถึงสะบัก อาการจึงมักไม่ได้อยู่เฉพาะที่คอภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

  • ปวดตื้อ ๆ หรือตึงบริเวณคอและบ่า อาจร้าวขึ้นท้ายทอย
  • หันคอหรือก้มเงยได้น้อยลง โดยเฉพาะตอนตื่นนอน
  • ปวดศีรษะที่เริ่มจากท้ายทอย
  • กล้ามเนื้อบ่าเป็นก้อนตึงเวลาคลำ

อาการที่บอกว่าอาจมีเส้นประสาทเกี่ยวข้อง ได้แก่ ปวดร้าวลงแขนเลยข้อศอกไป ชาหรือรู้สึกซ่าที่นิ้วมือ และแขนอ่อนแรง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • อยู่ในท่าเดิมนาน เช่น ทำงานหน้าจอ ก้มดูโทรศัพท์ หรือขับรถทางไกล
  • นอนผิดท่าหรือหมอนไม่เหมาะ
  • ความเครียดและการนอนไม่พอ ทำให้กล้ามเนื้อคอและบ่าเกร็งตัวมากขึ้น
  • การบาดเจ็บ เช่น คอสะบัดจากอุบัติเหตุรถยนต์
  • ความเสื่อมของกระดูกคอตามอายุ ซึ่งอาจทำให้ช่องทางออกของเส้นประสาทแคบลง
  • การสูบบุหรี่

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่อปวดคอนานเกินสี่ถึงหกสัปดาห์โดยไม่ดีขึ้น ปวดร้าวลงแขนพร้อมชา หรือปวดจนนอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย ดูพิสัยการเคลื่อนไหวของคอ คลำหาจุดกดเจ็บ และตรวจกำลัง ความรู้สึก และรีเฟล็กซ์ของแขนทั้งสองข้าง ในบางรายจะตรวจการเดินและการทำงานของมือด้วย เพื่อดูว่ามีการกดทับไขสันหลังหรือไม่

การตรวจภาพ ไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ไม่มีสัญญาณเตือน เอกซเรย์ใช้ดูความเสื่อมและความมั่นคง ส่วน MRI ใช้เมื่อสงสัยการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง หรือเมื่อกำลังพิจารณาการรักษาที่รุกล้ำมากขึ้น

แนวทางการรักษา

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด

  • ขยับคอเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ ในช่วงที่ยังปวด ดีกว่าการอยู่นิ่ง
  • ปลอกคอ ไม่แนะนำให้ใส่ต่อเนื่องนาน ๆ เพราะทำให้กล้ามเนื้อคออ่อนแรงลง ใช้ได้เฉพาะช่วงสั้น ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ
  • ประคบร้อน ช่วยลดอาการเกร็งในหลายคน ห่อผ้าและใช้ไม่เกิน 20 นาที
  • ยาแก้ปวด พาราเซตามอลและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
  • กายภาพบำบัด เน้นการฝึกกล้ามเนื้อคอส่วนลึกและกล้ามเนื้อรอบสะบัก รวมถึงการปรับท่าทางการทำงาน
  • จัดการความเครียดและการนอน ซึ่งมีผลต่ออาการปวดคอมากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

การผ่าตัด

พบไม่บ่อย แพทย์จะพิจารณาเมื่อมีการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลังที่ทำให้อ่อนแรงลงเรื่อย ๆ หรือเมื่อปวดร้าวลงแขนรุนแรงที่ดูแลด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่แล้วไม่ได้ผล

ภาพสามช่อง ช่องแรกหญิงคนหนึ่งลุกขึ้นยืนจากโต๊ะทำงาน ช่องที่สองนั่งบนเก้าอี้แล้วหันหน้าไปด้านข้าง ช่องที่สามนั่งบนเก้าอี้แล้วเอียงศีรษะไปทางไหล่ข้างหนึ่ง
การลุกเปลี่ยนท่าระหว่างวัน มักได้ผลมากกว่าการหาท่านั่งที่ถูกต้องเพียงท่าเดียวภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู

ทำช้า ๆ ในช่วงที่ยังสบาย หยุดถ้าปวดแปลบ หรือถ้าอาการชาที่แขนมากขึ้น

เก็บคาง

2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที

นั่งหรือยืนตัวตรง มองตรงไปข้างหน้า เก็บคางเข้าหาลำคอเบา ๆ เหมือนทำคางสองชั้น ค้างไว้ แล้วผ่อน

ข้อสังเกต ไม่ต้องก้มหรือเงยหน้า เป็นการเลื่อนคางไปด้านหลังเท่านั้น

หมุนคอช้า ๆ

ข้างละ 5 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที

นั่งตัวตรง หันหน้าไปทางซ้ายช้า ๆ จนรู้สึกตึง ค้างไว้ แล้วกลับมาตรงกลาง จากนั้นสลับข้าง

ข้อสังเกต หมุนเท่าที่รู้สึกตึง ไม่ต้องฝืนให้สุด

นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ ปล่อยแขนลงข้างลำตัว แล้วหันศีรษะไปทางด้านข้าง
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

ยืดกล้ามเนื้อบ่า

ข้างละ 3 ครั้ง · ค้างไว้ 20 วินาที

นั่งตัวตรง มือขวาจับขอบเก้าอี้ไว้ เอียงศีรษะไปทางซ้ายจนรู้สึกตึงที่บ่าขวา ค้างไว้ แล้วสลับข้าง

ข้อสังเกต ไหล่ข้างที่ยืดต้องไม่ยกขึ้นตาม

นั่งตัวตรงบนเก้าอี้ ปล่อยไหล่ให้ผ่อนคลาย แล้วเอียงศีรษะไปด้านข้างเบา ๆ
ภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

หนีบสะบัก

2 รอบ · 10 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที

นั่งหรือยืนตัวตรง ปล่อยแขนข้างลำตัว บีบสะบักทั้งสองข้างเข้าหากัน ค้างไว้ แล้วผ่อน

ข้อสังเกต ไหล่ไม่ยกขึ้น และคอต้องผ่อนคลาย

การป้องกันและการดูแลตนเอง

  • ตั้งจอให้ขอบบนอยู่ระดับสายตา และวางแป้นพิมพ์ให้ข้อศอกงอประมาณ 90 องศา
  • ยกโทรศัพท์ขึ้นมาที่ระดับสายตา แทนการก้มคอลงไปหา
  • ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที อย่างน้อยยืดตัวสั้น ๆ
  • เลือกหมอนที่ทำให้คอเป็นแนวเดียวกับลำตัว ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
  • ไม่หนีบโทรศัพท์ไว้ระหว่างหูกับไหล่
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอและจัดการความเครียด

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • อาการปวดคอของฉันมีเส้นประสาทเกี่ยวข้องหรือไม่
  • จำเป็นต้องตรวจภาพหรือไม่ และถ้าไม่ เพราะอะไร
  • ฉันควรใส่ปลอกคอหรือไม่ และถ้าใส่ ควรใส่นานแค่ไหน
  • ควรทำท่าบริหารแบบไหน และควรเลี่ยงท่าใด
  • ยาที่แนะนำปลอดภัยกับโรคประจำตัวของฉันหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ปวดคอจากการนั่งทำงานนาน แก้อย่างไร

สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ ไม่ใช่การหาท่านั่งที่สมบูรณ์แบบท่าเดียว ตั้งจอให้ขอบบนอยู่ระดับสายตา วางแขนให้มีที่พัก และลุกขยับทุก 30–60 นาที

หมอนแบบไหนดีที่สุด

ไม่มีหมอนชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน หลักคือหมอนที่ทำให้คอต่อเป็นแนวเดียวกับลำตัวขณะนอน ไม่สูงหรือต่ำจนคอพับ ถ้านอนตะแคงมักต้องการหมอนที่สูงกว่าตอนนอนหงาย

การดัดคอให้มีเสียงดังอันตรายไหม

การดัดคอเองแรง ๆ ซ้ำ ๆ ไม่แนะนำ เพราะไม่ได้แก้ต้นเหตุและมีความเสี่ยงแม้จะพบไม่บ่อย ถ้าต้องการการดูแลด้วยมือ ควรทำโดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและหลังจากตรวจแล้วว่าไม่มีสัญญาณเตือน

ปวดคอร้าวลงแขนแปลว่าอะไร

อาการลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทที่ออกจากกระดูกคอถูกกดหรือระคายเคือง ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่ควรให้แพทย์ตรวจกำลังและความรู้สึกของแขนไว้เป็นฐาน

แหล่งอ้างอิง

  1. Lim TH และคณะ. Nonpharmacological Spine Pain Management in Clinical Practice Guidelines: A Systematic Review Using AGREE II and AGREE-REX Tools. J Orthop Sports Phys Ther. 2025
  2. Childs JD และคณะ. Neck Pain: Clinical Practice Guidelines Linked to the International Classification of Functioning, Disability, and Health. J Orthop Sports Phys Ther. 2008

อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ