สะโพก

ข้อสะโพกดีด

ภาวะที่รู้สึกหรือได้ยินเสียง “ดังกึก” ในข้อสะโพกเวลาขยับขา เกิดจากอะไร และเป็นอันตรายหรือไม่

หญิงสาวในชุดออกกำลังกายยกเข่าขึ้นข้างหนึ่งข้างกล่องสเต็ป และเอามือแตะสะโพกด้านหน้าซึ่งมีจุดสีแดง
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

หลายคนอาจเคยรู้สึกหรือได้ยินเสียง “ดังกึก” หรือ “กึบ” บริเวณสะโพกเวลาลุกขึ้นยืน เดิน ขึ้นบันได หรือแกว่งขา ภาวะนี้เรียกว่า ข้อสะโพกดีด (snapping hip syndrome)

ส่วนใหญ่ภาวะนี้ “ไม่เป็นอันตราย” หากมีแค่เสียงแต่ไม่มีอาการปวด แต่หากปล่อยให้มีการเสียดสีซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการอักเสบของเส้นเอ็นหรือถุงน้ำรอบ ๆ ข้อสะโพกตามมา และเริ่มมีอาการปวดร่วมด้วยได้

ภาพวาดกายวิภาคสองช่อง ช่องซ้ายแสดงเส้นเอ็นด้านหน้าสะโพกที่ดีดข้ามปุ่มกระดูก โดยมีลูกศรโค้งแสดงทิศทางและมีบริเวณสีแดงตรงจุดที่ดีด ช่องขวาแสดงแถบเอ็นด้านข้างต้นขาที่ดีดข้ามปุ่มกระดูกด้านนอก พร้อมลูกศรแสดงการเคลื่อนไปมา
เสียงดีดมาได้จากสองตำแหน่ง คือเอ็นด้านหน้าสะโพก และแถบเอ็นด้านข้างต้นขาภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

เสียงกึกที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เกิดจากการที่เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก มีความตึงตัวมากเกินไป และดีดข้ามปุ่มกระดูกสะโพกเวลาที่เราขยับขา โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

ดีดด้านข้างสะโพก (external snapping hip)

  • สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากแถบเอ็นกล้ามเนื้อต้นขาด้านข้าง (IT band) หรือกล้ามเนื้อสะโพก (gluteus maximus) ตึงและดีดข้ามปุ่มกระดูกต้นขาด้านข้าง (greater trochanter)
  • มักเห็นเป็นก้อนเส้นเอ็นกระตุกหรือดีดบริเวณข้างสะโพกชัดเจนเวลาขยับ

ดีดด้านหน้าขาหนีบ (internal snapping hip)

  • เกิดจากเส้นเอ็นกล้ามเนื้อสะโพกด้านหน้า (iliopsoas tendon) ดีดข้ามกระดูกเชิงกรานหรือหัวเหน่า
  • มักรู้สึกดังกึกอยู่ลึก ๆ บริเวณขาหนีบ เวลาที่เหยียดขาตรงหลังจากงอสะโพก

ดีดจากภายในข้อสะโพก (intra-articular snapping hip)

  • พบได้น้อยกว่า เกิดจากความผิดปกติภายในข้อต่อ เช่น กระดูกอ่อนเบ้าสะโพกฉีกขาด (labral tear) หรือมีเศษกระดูกอ่อนหลุดลอยอยู่ในข้อ
  • มักมีอาการปวดลึก ๆ ขัด ๆ หรือรู้สึกข้อล็อคร่วมด้วย

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • นักกีฬา โดยเฉพาะนักวิ่ง นักเต้น นักยิมนาสติก หรือนักฟุตบอล ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อสะโพกและมีการงอหรือเหยียดสะโพกซ้ำ ๆ
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อตึง คนที่ขาดการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ทำให้เส้นเอ็นขาดความยืดหยุ่น
  • ช่วงวัยรุ่นที่กำลังโต กระดูกอาจโตเร็วกว่าความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

ดังที่กล่าวไป เสียง “กึก” ที่ไม่มีอาการปวดร่วมด้วย มักไม่ใช่ปัญหาที่ต้องรีบรักษา แต่ควรไปพบแพทย์หากมีอาการต่อไปนี้

แนวทางการรักษา

หัวใจสำคัญของการรักษาคือการ “ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น”

  1. พักและปรับกิจกรรม ลดกิจกรรมที่ต้องงอสะโพกซ้ำ ๆ หากปวดมากอาจประคบเย็นบริเวณที่เจ็บ
  2. การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ควรเน้นการยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านข้าง (IT band) และกล้ามเนื้องอสะโพกด้านหน้า (hip flexors) อย่างสม่ำเสมอ
  3. การเสริมสร้างความแข็งแรง ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและแกนกลางลำตัว เพื่อให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อมั่นคงขึ้น
  4. การรักษาทางการแพทย์ หากมีอาการปวดเรื้อรัง แพทย์อาจให้ยาแก้อักเสบ สั่งทำกายภาพบำบัด หรือในกรณีที่อักเสบมากอาจพิจารณาฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด ส่วนการผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะในรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้นจริง ๆ หรือมีปัญหาโครงสร้างภายในข้อฉีกขาด
ภาพสามช่อง ช่องแรกหญิงคนหนึ่งนอนหงายบนเสื่อโดยชันเข่าและยกสะโพกขึ้น ช่องที่สองนอนตะแคงและยกขาบนขึ้นตรง ๆ ช่องที่สามนั่งพักอยู่บนม้านั่งในห้องออกกำลังกาย
การลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการชั่วคราว ร่วมกับงานของกล้ามเนื้อสะโพก เป็นแนวทางที่ใช้บ่อยภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • เสียงดีดที่สะโพกของฉันน่าจะมาจากโครงสร้างใด
  • จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
  • ควรยืดกล้ามเนื้อมัดไหน และควรทำบ่อยแค่ไหน
  • ฉันยังเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายแบบเดิมได้หรือไม่
  • อาการควรดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์ และควรกลับมาพบแพทย์เมื่อไหร่

แหล่งอ้างอิง

  1. Walker P และคณะ. Snapping Hip Syndrome: A Comprehensive Update. Orthop Rev (Pavia). 2021
  2. Badowski E. Snapping Hip Syndrome. Orthop Nurs. 2018

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ