สะโพก

ปวดสะโพก

อาการปวดสะโพกเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากข้อต่อ เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ เรียนรู้วิธีสังเกตอาการและแนวทางการดูแลเบื้องต้น

หญิงวัยกลางคนยืนในห้องนั่งเล่น เอามือทั้งสองข้างประคองสะโพกด้านข้างซึ่งมีจุดสีแดง
หัวข้อในหน้านี้

โรคนี้คืออะไร

อาการปวดสะโพกเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย โดยลักษณะของอาการปวดและ “ตำแหน่ง” ที่ปวด สามารถช่วยบอกสาเหตุเบื้องต้นได้ว่าเกิดจากความผิดปกติของข้อต่อกระดูกสะโพก เส้นเอ็น หรือกล้ามเนื้อรอบ ๆ

ภาพวาดกายวิภาคข้อสะโพก แสดงหัวกระดูกต้นขาที่สวมอยู่ในเบ้าสะโพก โดยมีบริเวณสีแดงทั้งที่ขอบเบ้าด้านในและที่ปุ่มกระดูกด้านนอกซึ่งมีเส้นเอ็นพาดผ่าน
อาการปวดสะโพกมาได้ทั้งจากในข้อและจากปุ่มกระดูกด้านนอก ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งกันภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

อาการ

ตำแหน่งที่ปวดบอกอะไรได้บ้าง

ปวดตรงไหน อาจเกี่ยวข้องกับ
ปวดบริเวณขาหนีบ (groin pain) ปัญหาภายใน “ข้อสะโพก” โดยตรง เช่น ข้อสะโพกเสื่อม (hip osteoarthritis) หมอนรองกระดูกเบ้าตื้นฉีกขาด หรือข้ออักเสบ
ปวดด้านข้างสะโพก (lateral hip pain) ปัญหาของเส้นเอ็นหรือถุงน้ำรอบ ๆ ข้อสะโพกอักเสบ (trochanteric bursitis) หรือความตึงตัวของแถบเอ็นต้นขาด้านข้าง (IT band)
ปวดด้านหลังสะโพกหรือแก้มก้น (buttock pain) กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (piriformis syndrome) หรือปัญหาที่ร้าวมาจากกระดูกสันหลังส่วนล่าง เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  1. ข้อสะโพกเสื่อม (osteoarthritis) พบมากในผู้สูงอายุ เกิดจากสึกหรอตามการใช้งาน ทำให้ปวดฝืด โดยเฉพาะเวลาตื่นนอนหรือเดินนาน ๆ
  2. เส้นเอ็นหรือถุงน้ำรอบสะโพกอักเสบ (bursitis / tendinitis) พบได้บ่อยในผู้ที่ใช้งานซ้ำ ๆ เช่น นักวิ่ง หรือผู้ที่นอนตะแคงทับข้างเดิมเป็นประจำ
  3. กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบหรือตึงเครียด (muscle strain) เกิดจากการยกของหนัก เอี้ยวตัวผิดจังหวะ หรือเล่นกีฬา
  4. ปัญหาจากกระดูกสันหลังร้าวลงสะโพก (referred pain) อาการปวดหลังล่างที่ร้าวลงมาแก้มก้นและต้นขาด้านหลัง

เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์

ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณเตือนด้านล่าง อาการปวดเล็กน้อยจากการใช้งานมักเริ่มดูแลเบื้องต้นได้ก่อน แต่อาการสองกลุ่มนี้ต่างกันมาก และควรแยกให้ออก

แนวทางการรักษา

การดูแลตัวเองเบื้องต้น

  • พักการใช้งาน หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น เช่น การวิ่ง การขึ้นลงบันได หรือการยกของหนัก
  • ประคบเย็นและร้อน ประคบเย็นในช่วง 2–3 วันแรกหากเกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน หลังจากนั้นสามารถใช้การประคบอุ่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
  • การปรับท่าทาง หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับข้างที่ปวด หรือใช้หมอนหนุนระหว่างขา
  • การยืดเหยียด การยืดกล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาด้านข้างอย่างนุ่มนวลช่วยลดความตึงตัวของเส้นเอ็นได้

การรักษาโดยแพทย์

หากดูแลตัวเองแล้วไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาแก้อักเสบ การทำกายภาพบำบัด การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด หรือในกรณีที่ข้อเสื่อมรุนแรงอาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก (hip replacement)

ภาพสองช่อง ช่องซ้ายแพทย์ตรวจสะโพกผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงตรวจโดยจับขางอขึ้น ช่องขวาผู้ป่วยนอนตะแคงบนเสื่อและยกขาบนขึ้นตรง ๆ
ตำแหน่งที่ปวดและท่าที่กระตุ้นอาการ คือสิ่งที่นำไปสู่โปรแกรมที่เหมาะกันภาพ: รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • อาการปวดสะโพกของฉันน่าจะมาจากสาเหตุใด
  • ต้องเอกซเรย์หรือตรวจเพิ่มเติมหรือไม่ และผลจะเปลี่ยนการรักษาอย่างไร
  • ฉันควรออกกำลังกายแบบไหน และควรเลี่ยงกิจกรรมใดบ้าง
  • ยาที่แนะนำปลอดภัยกับโรคประจำตัวของฉันหรือไม่
  • อาการควรดีขึ้นภายในกี่สัปดาห์ และควรกลับมาพบแพทย์เมื่อไหร่

แหล่งอ้างอิง

  1. Hunter DJ, Bierma-Zeinstra S. Osteoarthritis. Lancet. 2019
  2. Hannon CP และคณะ. American Academy of Orthopaedic Surgeons Clinical Practice Guideline Summary: Management of Osteoarthritis of the Hip. J Am Acad Orthop Surg. 2024
  3. Kolasinski SL และคณะ. 2019 American College of Rheumatology/Arthritis Foundation Guideline for the Management of Osteoarthritis of the Hand, Hip, and Knee. Arthritis Care Res. 2020
  4. Dancy ME และคณะ. Gluteal Tendinopathy: Critical Analysis Review of Current Nonoperative Treatments. JBJS Rev. 2023

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ