ข้อศอกด้านนอกอักเสบ (ข้อศอกเทนนิส)
อาการปวดบริเวณปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก จากการใช้งานกล้ามเนื้อและเอ็นที่กระดกข้อมือซ้ำ ๆ ไม่ได้เกิดเฉพาะกับนักเทนนิส และส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เอง

โรคนี้คืออะไร
กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่กระดกข้อมือขึ้นและเหยียดนิ้ว อยู่ที่ด้านนอกของท้องแขน ปลายบนของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้มารวมกันเป็นเอ็นเส้นเดียวที่เกาะกับ ปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก
ทุกครั้งที่คุณกำมือ ยกของ บิดลูกบิด หรือใช้เมาส์ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ต้องทำงานเพื่อตรึงข้อมือไว้ แรงทั้งหมดจึงผ่านจุดเกาะเล็ก ๆ จุดเดียว
เมื่อปริมาณการใช้งานมากกว่าที่เอ็นจะปรับตัวทัน เนื้อเอ็นตรงจุดเกาะจะเริ่มเสื่อมสภาพ เส้นใยเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ นี่คือภาวะที่เรียกกันว่าข้อศอกเทนนิส

อาการ
- ปวดตรงปุ่มกระดูกด้านนอกของข้อศอก กดแล้วเจ็บตรงจุดชัดเจน
- ปวดร้าวลงท้องแขนด้านนอก ไปทางข้อมือ
- ปวดเวลากำมือ ยกของ บิดลูกบิด บิดผ้า หรือจับมือทักทาย
- ปวดเวลากระดกข้อมือขึ้นต้านแรง เช่น ยกกาน้ำ หรือยกถ้วยกาแฟ
- แรงกำมือลดลง ซึ่งมักเป็นเพราะปวด ไม่ใช่เพราะกล้ามเนื้ออ่อนแรงจริง
- โดยทั่วไป ไม่บวม ไม่แดง และข้อศอกยังงอเหยียดได้สุด
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
- งานที่ต้องกำ บิด หรือกระดกข้อมือซ้ำ ๆ เช่น ช่างไม้ ช่างซ่อม แม่ครัว งานพิมพ์ งานบ้าน
- การเพิ่มปริมาณกิจกรรมใหม่เร็วเกินไป เช่น เพิ่งเริ่มทำสวน ทาสีบ้าน หรือเล่นกีฬาแร็กเกต
- อุปกรณ์หรือเทคนิคที่ไม่เหมาะ เช่น ด้ามจับเล็กเกินไป ไม้แร็กเกตที่หนักหรือขึงตึงเกินไป
- อายุ 35–55 ปี
- การสูบบุหรี่ และโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เบาหวาน
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
นอกจากนี้ ควรไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังปรับกิจกรรมและฝึกมาแล้วประมาณหกถึงแปดสัปดาห์ ปวดจนทำงานไม่ได้ หรือปวดข้อศอกทั้งสองข้าง
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก แพทย์จะกดหาจุดเจ็บที่ปุ่มกระดูกด้านนอก แล้วให้คุณกระดกข้อมือหรือเหยียดนิ้วกลางต้านแรง ซึ่งจะกระตุ้นอาการที่ตำแหน่งเดิม
แพทย์จะตรวจคอและเส้นประสาทด้วย เพราะอาการปวดข้อศอกด้านนอกบางกรณีมาจากเส้นประสาทที่คอ หรือจากเส้นประสาทที่ถูกกดในท้องแขน
เอกซเรย์ ไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ ใช้เมื่อสงสัยข้อเสื่อมหรือมีประวัติบาดเจ็บ
อัลตราซาวด์หรือ MRI ใช้ในรายที่อาการไม่ดีขึ้นตามที่ควร หรือเมื่อสงสัยการฉีกขาดของเอ็น
แนวทางการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด แม้จะใช้เวลานาน
ปรับกิจกรรม ลดงานที่กระตุ้นอาการลงชั่วคราว แต่ ไม่หยุดใช้แขนสนิท เพราะการพักอย่างเดียวทำให้เอ็นอ่อนแอลง
การฝึกแบบมีแรงต้าน โดยเน้นจังหวะผ่อนกลับลงช้า ๆ เป็นการรักษาที่มีหลักฐานสนับสนุนดีที่สุด และเป็นสิ่งที่เปลี่ยนเนื้อเอ็นได้จริง
ปรับเครื่องมือและเทคนิค ใช้ด้ามจับที่ใหญ่ขึ้น ลดน้ำหนักของอุปกรณ์ และยกของโดยหงายฝ่ามือขึ้นแทนการคว่ำ
สายรัดข้อศอก รัดต่ำกว่าจุดที่เจ็บประมาณ 2–3 เซนติเมตร ช่วยลดความปวดในบางคน ใช้ควบคู่กับการฝึก
ยาแก้ปวด ใช้ในช่วงสั้น ๆ เพื่อให้เริ่มฝึกได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
การฉีดสเตียรอยด์ ลดความปวดได้ในระยะสั้น แต่ผลระยะยาวอาจแย่กว่าการไม่ฉีด และมีความเสี่ยงต่อเนื้อเอ็น จึงไม่ใช่การรักษาแรก เป็นการตัดสินใจของแพทย์
การผ่าตัด
พบไม่บ่อย แพทย์จะพิจารณาเมื่อดูแลด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่มาแล้วอย่างน้อยหกถึงสิบสองเดือนแต่ยังปวดจนกระทบการทำงาน การผ่าตัดคือการเอาเนื้อเอ็นที่เสื่อมสภาพออกและซ่อมจุดเกาะ มีระยะฟื้นตัวหลายเดือน

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
ทำวันละครั้ง อย่างน้อย 12 สัปดาห์ ปวดระหว่างทำในระดับพอทนได้ถือว่ายอมรับได้ ตราบใดที่หายภายในเช้าวันถัดไป
กระดกข้อมือขึ้นแบบผ่อนกลับช้า
3 รอบ · 15 ครั้ง
นั่งวางท้องแขนบนโต๊ะ คว่ำฝ่ามือลงและให้ข้อมือยื่นพ้นขอบโต๊ะ ถือน้ำหนักเบาไว้ ใช้มืออีกข้างช่วยยกข้อมือขึ้นจนสุด แล้วปล่อยมือช่วยออกและลดข้อมือลงเองช้า ๆ นับ 3 วินาที
ข้อสังเกต หัวใจอยู่ที่จังหวะลง ไม่ใช่จังหวะขึ้น เริ่มจากน้ำหนักเบามาก เช่น ขวดน้ำเล็ก

บิดผ้าขนหนู
3 รอบ · 10 ครั้ง
ถือผ้าขนหนูม้วนไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง บิดผ้าไปในทิศทางตรงข้ามกันช้า ๆ เหมือนบิดผ้าให้แห้ง แล้วคลายกลับ
ข้อสังเกต ให้จังหวะคลายกลับช้ากว่าจังหวะบิด

ยืดกล้ามเนื้อท้องแขนด้านนอก
ข้างละ 3 ครั้ง · ค้างไว้ 30 วินาที
เหยียดแขนข้างที่ปวดไปข้างหน้าจนศอกตรง คว่ำฝ่ามือลง ใช้มืออีกข้างกดหลังมือลงเบา ๆ จนรู้สึกตึงที่ท้องแขนด้านนอก
ข้อสังเกต ทำก่อนและหลังการฝึกทุกครั้ง

บีบลูกบอลนุ่ม
3 รอบ · 15 ครั้ง · ค้างไว้ 3 วินาที
ถือลูกบอลนุ่มหรือผ้าม้วน บีบค้างไว้ 3 วินาที แล้วคลาย ทำในท่าที่ข้อศอกงอเล็กน้อยและฝ่ามือหงายขึ้น
ข้อสังเกต ถ้าปวดมากขึ้นในท่าคว่ำมือ ให้ทำในท่าหงายมือก่อน

การป้องกันและการดูแลตนเอง
- ยกของโดยหงายฝ่ามือขึ้น แทนการคว่ำมือ เพราะลดแรงที่จุดเกาะของเอ็น
- ใช้ด้ามจับที่ใหญ่และนุ่มขึ้น สำหรับเครื่องมือที่ใช้บ่อย
- พักและเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที เมื่อทำงานที่ต้องกำหรือบิดซ้ำ ๆ
- เพิ่มปริมาณกิจกรรมใหม่ทีละน้อย โดยเฉพาะงานที่ทำครั้งเดียวทั้งวัน เช่น ทาสีบ้านหรือทำสวน
- ฝึกกล้ามเนื้อท้องแขนและไหล่ให้แข็งแรง เพราะไหล่ที่แข็งแรงช่วยลดภาระที่ข้อศอก
- จัดโต๊ะทำงานให้ข้อศอกมีที่พัก และข้อมืออยู่ในแนวตรง
คำถามที่ควรถามแพทย์
- อาการปวดข้อศอกของฉันมาจากเอ็นที่จุดเกาะจริงหรือไม่ และมาจากคอหรือเส้นประสาทด้วยหรือเปล่า
- ฉันควรลดกิจกรรมอะไรบ้าง และควรลดนานแค่ไหน
- ควรฝึกท่าไหน วันละกี่ครั้ง และควรใช้น้ำหนักเท่าไร
- สายรัดข้อศอกจะช่วยฉันได้ไหม และควรรัดตรงไหน
- ควรทำโปรแกรมฝึกนานเท่าไรก่อนตัดสินว่าได้ผลหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ได้เล่นเทนนิสแต่ทำไมเป็น
ชื่อนี้มาจากกีฬาที่พบครั้งแรก แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นเทนนิส สาเหตุที่พบบ่อยกว่าคืองานที่ต้องกำ บิด หรือกระดกข้อมือซ้ำ ๆ เช่น ช่างไม้ ช่างซ่อม แม่ครัว งานพิมพ์ และงานบ้าน
ควรหยุดใช้แขนเลยไหม
ไม่ควรหยุดสนิท การพักอย่างเดียวมักทำให้เอ็นอ่อนแอลงและอาการกลับมาเมื่อเริ่มใช้ใหม่ ให้ลดกิจกรรมที่กระตุ้นอาการลงชั่วคราว แล้วเริ่มโปรแกรมฝึกแบบมีแรงต้านโดยเน้นจังหวะผ่อนกลับช้า ๆ
สายรัดข้อศอกช่วยได้ไหม
ช่วยลดความปวดได้ในบางคนในระยะสั้น โดยกระจายแรงดึงออกจากจุดเกาะของเอ็น ควรรัดต่ำกว่าจุดที่เจ็บประมาณ 2–3 เซนติเมตร และใช้ควบคู่กับการฝึก ไม่ใช่ใช้แทน
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหาย
ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายในหกเดือนถึงหนึ่งปีแม้ไม่ทำอะไรเป็นพิเศษ แต่การฝึกอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ดีขึ้นเร็วกว่าและลดการกลับเป็นซ้ำ ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความหนัก
แหล่งอ้างอิง
อ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
การรักษา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ
