ข้อไหล่ติด
ภาวะที่เยื่อหุ้มข้อไหล่หนาตัวและตึงขึ้น ทำให้ไหล่ค่อย ๆ ขยับได้น้อยลงและปวด มักดำเนินไปเป็นระยะและใช้เวลาหลายเดือน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นมาก

โรคนี้คืออะไร
รอบข้อไหล่ของคุณมีถุงเนื้อเยื่อบาง ๆ หุ้มอยู่ เรียกว่า ถุงเนื้อเยื่อที่หุ้มรอบข้อต่อไว้ ปกติจะหลวมและยืดหยุ่น ทำให้ข้อขยับได้กว้าง (joint capsule) ปกติถุงนี้จะหลวมและยืดหยุ่น จึงยกแขนขึ้นเหนือศีรษะและเอื้อมไพล่หลังได้
ในภาวะข้อไหล่ติด เยื่อหุ้มข้อเกิดการอักเสบ หนาตัวขึ้น และหดตัวจนรัดข้อไว้ ไหล่จึงขยับได้น้อยลงเรื่อย ๆ ชื่อทางการแพทย์คือ adhesive capsulitis หรือ frozen shoulder
จุดที่ทำให้ภาวะนี้ต่างจากอาการปวดไหล่ทั่วไปคือ ไหล่ขยับได้น้อยลงทั้งสองแบบ คือทั้งตอนที่คุณยกแขนเอง และตอนที่คนอื่นจับแขนขยับให้ในขณะที่คุณผ่อนคลายเต็มที่ ถ้ากล้ามเนื้อเจ็บจนคุณยกเองไม่ไหวแต่คนอื่นช่วยขยับให้ได้จนสุด นั่นมักเป็นปัญหาอื่น

อาการ
อาการหลักมีสองอย่างที่มาด้วยกันคือ ปวด และ ขยับได้น้อยลง โดยความปวดมักมาก่อน แล้วอาการติดจึงตามมา
สิ่งที่ผู้ป่วยมักเล่าให้ฟังคือ
- ปวดตื้อ ๆ ที่ไหล่และต้นแขน บางครั้งร้าวลงมาถึงข้อศอก
- ปวดมากขึ้นตอนกลางคืน จนพลิกตัวทับข้างนั้นแล้วตื่น
- เอื้อมหยิบของบนชั้นสูง คาดเข็มขัดนิรภัย หรือเอื้อมไพล่หลังไปหยิบกระเป๋าสตางค์ได้ยากขึ้น
- ใส่เสื้อผ่าหน้า สวมเสื้อชั้นใน หรือหวีผมได้ลำบาก
- ขยับไหล่แล้วมีอาการปวดแปลบเวลาเผลอเคลื่อนไหวเร็ว ๆ
ภาวะนี้ดำเนินไปเป็นระยะ
ภาวะข้อไหล่ติดมักดำเนินไปตามรูปแบบที่พอคาดเดาได้ การรู้ว่าตัวเองอยู่ระยะไหนช่วยให้เข้าใจว่าควรทุ่มเทกับอะไรในตอนนี้
ระยะที่ 1 — ระยะก่อนข้อติด (โดยทั่วไปเดือนที่ 1–3) ไหล่เริ่มรู้สึกเมื่อย ปวดตื้อ ๆ และติดเล็กน้อย ความปวดอยู่ในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง มักปวดมากขึ้นตอนกลางคืนหรือเมื่อเอื้อมไปบางทิศทาง พิสัยการเคลื่อนไหวยังใกล้เคียงปกติ แต่รู้สึกไหล่ไวต่อการกระตุ้น การขยับเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอในช่วงนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้
ระยะที่ 2 — ระยะเริ่มติด (โดยทั่วไปเดือนที่ 4–9) เยื่อหุ้มข้อกำลังอักเสบและเริ่มหนาตัวขึ้น ความปวดรุนแรงขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาขยับและตอนกลางคืน อาการติดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าฝืนไหล่ในช่วงนี้ ให้ควบคุมความปวดก่อน และรักษาพิสัยที่ยังมีอยู่ไว้
ระยะที่ 3 — ระยะข้อติด (โดยทั่วไปเดือนที่ 10–14) การอักเสบเริ่มสงบลง แต่เยื่อหุ้มข้อตึงมากและข้อรู้สึกเหมือนติดแน่น ความปวดมักลดลงและจะรู้สึกเมื่อพยายามฝืนไปจนสุดพิสัย อาการติดรุนแรงที่สุดในระยะนี้ โดยเฉพาะการกางแขน ยกขึ้น และเอื้อมไพล่หลัง ระยะนี้คือช่วงที่การยืดอย่างสม่ำเสมอและใจเย็นได้ผลมากที่สุด
ระยะที่ 4 — ระยะคลายตัว (โดยทั่วไปเดือนที่ 15–24) เยื่อหุ้มข้อเริ่มคลายตัว การเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นค่อย ๆ กลับมา และความปวดลดลงเรื่อย ๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นมาก แม้บางคนอาจยังมีอาการติดเล็กน้อยหรือปวดเป็นครั้งคราว การฝึกอย่างสม่ำเสมอคือสิ่งที่ทำให้พิสัยที่ได้มากลายเป็นพิสัยที่อยู่กับเราถาวร
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
ในหลายราย ภาวะนี้เกิดขึ้นเองโดยไม่มีเหตุนำที่ชัดเจน เรียกว่าชนิดปฐมภูมิ (primary) ส่วนอีกกลุ่มเกิดตามหลังเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ไหล่หยุดขยับไประยะหนึ่ง เช่น หลังผ่าตัด หลังกระดูกแขนหัก หรือหลังใส่ผ้าคล้องแขนนาน ๆ
ปัจจัยที่พบว่าเกี่ยวข้องได้แก่
- อายุ 40–60 ปี เป็นช่วงที่พบบ่อยที่สุด
- เพศหญิง พบบ่อยกว่าเพศชาย
- เบาหวาน เป็นปัจจัยที่ชัดเจนที่สุด ผู้ที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเกิดสูงกว่าและมักใช้เวลานานกว่า
- โรคไทรอยด์ ทั้งไทรอยด์ทำงานมากและน้อยเกินไป
- การที่ไหล่ไม่ได้ขยับไประยะหนึ่ง เช่น หลังผ่าตัดเต้านม หลังผ่าตัดหัวใจ หรือหลังบาดเจ็บที่แขน
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
ภาวะข้อไหล่ติดทำให้ปวดและใช้เวลานาน แต่ไม่ใช่ภาวะอันตราย อาการด้านล่างนี้ไม่ใช่รูปแบบปกติของโรค และอาจหมายถึงมีปัญหาอื่นเกิดขึ้น
นอกเหนือจากอาการเร่งด่วนข้างต้น ควรไปพบแพทย์เมื่อ
- ไหล่เริ่มเมื่อยและติดมากกว่าสองถึงสามสัปดาห์ โดยไม่ดีขึ้น
- ความปวดตอนกลางคืนรบกวนการนอนติดต่อกันหลายคืน
- คุณเริ่มเลี่ยงการใช้แขนข้างนั้นในกิจวัตรประจำวัน
การไปพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก ขณะที่พิสัยการเคลื่อนไหวยังดีอยู่ เป็นช่วงที่ดูแลได้ง่ายที่สุด เพราะรักษาพิสัยไว้ง่ายกว่าเอากลับคืน
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
ส่วนใหญ่แพทย์วินิจฉัยได้จากการซักประวัติและการตรวจร่างกาย ไม่จำเป็นต้องตรวจพิเศษเสมอไป
การตรวจร่างกาย แพทย์จะวัดว่าคุณยกแขนและหมุนแขนได้แค่ไหนเมื่อทำเอง แล้ววัดซ้ำโดยแพทย์เป็นคนจับแขนขยับให้ในขณะที่คุณผ่อนคลาย ถ้าทั้งสองแบบจำกัดเหมือนกัน โดยเฉพาะการหมุนแขนออกด้านนอก อาการลักษณะนี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะข้อไหล่ติด
เอกซเรย์ มักทำเพื่อดูว่ามีสาเหตุอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ เช่น ข้อไหล่เสื่อม หินปูนเกาะเอ็น หรือกระดูกหักเก่า ในภาวะข้อไหล่ติดแท้ ๆ ภาพเอกซเรย์มักดูปกติ
อัลตราซาวด์หรือ MRI ไม่จำเป็นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ แพทย์จะพิจารณาเมื่อสงสัยปัญหาอื่นร่วมด้วย เช่น เอ็นหมุนไหล่ฉีกขาด หรือเมื่ออาการไม่เป็นไปตามรูปแบบที่คาด
การตรวจเลือด แพทย์อาจตรวจน้ำตาลในเลือดหรือการทำงานของไทรอยด์ เพราะทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับภาวะนี้และมีผลต่อการดูแลระยะยาว
แนวทางการรักษา
เป้าหมายเรียงตามลำดับคือ คุมความปวดให้อยู่ก่อน รักษาพิสัยที่ยังมีไว้ แล้วจึงค่อย ๆ เอาพิสัยที่เสียไปกลับคืน
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นด้วยวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด
การขยับและการยืดด้วยตัวเอง เป็นหัวใจของการรักษา ทำครั้งละน้อยแต่บ่อย ๆ ดีกว่าทำครั้งเดียวนาน ๆ ท่าบริหารในหัวข้อถัดไปแบ่งตามระยะไว้แล้ว
กายภาพบำบัด นักกายภาพบำบัดช่วยจัดโปรแกรมให้เหมาะกับระยะที่คุณเป็น และช่วยตรวจว่าคุณทำท่าถูกต้องหรือไม่ หลักฐานทางวิชาการยังไม่สามารถบอกได้ชัดว่ารูปแบบหรือความถี่แบบใดดีที่สุด แต่แนวทางเวชปฏิบัติส่วนใหญ่แนะนำการออกกำลังกายเป็นการรักษาพื้นฐานของอาการปวดไหล่ทุกชนิด
ยาแก้ปวด แพทย์หรือเภสัชกรอาจแนะนำยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอล หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อให้คุณขยับและนอนได้ ยาแต่ละกลุ่มมีข้อควรระวังต่างกัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคกระเพาะ โรคไต หรือกินยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ
ประคบร้อนหรือเย็น ใช้แผ่นประคบเย็นหรือแผ่นประคบร้อนห่อผ้าขนหนู นานไม่เกิน 20 นาที ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เลือกแบบที่รู้สึกสบายกว่าสำหรับคุณ
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
สิ่งที่แพทย์อาจพิจารณาเพิ่มเติม เป็นการตัดสินใจของแพทย์ ไม่ใช่สิ่งที่เลือกเองได้
- การฉีดยาเข้าข้อ เมื่อความปวดเป็นอุปสรรคต่อการทำกายภาพบำบัด
- การฉีดยาร่วมกับกายภาพบำบัด แทนการใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว
- ทางเลือกยาฉีดชนิดอื่นในกรณีที่ไม่เหมาะกับสเตียรอยด์
การผ่าตัด
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาเมื่ออาการติดยังรบกวนชีวิตประจำวันอย่างมาก หลังจากดูแลด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่มาแล้วระยะหนึ่ง
ทางเลือกที่มีคือ
- การดัดข้อภายใต้การระงับความรู้สึก (manipulation under anaesthesia) แพทย์ดัดไหล่ให้ขยับจนสุดพิสัยขณะที่คุณหลับ เพื่อให้เยื่อหุ้มข้อที่รัดอยู่คลายออก
- การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อคลายเยื่อหุ้มข้อ (arthroscopic capsular release) แพทย์ใส่กล้องขนาดเล็กเข้าไปในข้อและตัดคลายส่วนที่ตึงที่สุด
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ การผ่าตัดไม่ได้จบที่ห้องผ่าตัด พิสัยที่ได้มาในวันผ่าตัดจะอยู่ต่อได้ก็ต่อเมื่อทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องหลังจากนั้น สอบถามแพทย์ถึงข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่ต้องทำหลังผ่าตัดให้ครบก่อนตัดสินใจ

การฟื้นตัวและการฟื้นฟู
ท่าบริหารด้านล่างแบ่งตามระยะ ให้เลือกทำตามระยะที่คุณเป็นอยู่ในตอนนี้ ไม่ต้องทำทั้งหมด
ระยะที่ 1 — รักษาพิสัยที่ยังมีอยู่
แกว่งแขนแบบลูกตุ้ม
10 ครั้งต่อทิศทาง
โน้มตัวไปข้างหน้าและปล่อยแขนห้อยให้ผ่อนคลายเต็มที่ แกว่งเป็นวงกลมเล็ก ๆ แล้วแกว่งหน้า-หลังเบา ๆ
ข้อสังเกต ถ้ารู้สึกว่าไหล่ต้องออกแรง แสดงว่าแกว่งกว้างเกินไป
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
หมุนแขนออกโดยมีตัวช่วย
8 ครั้ง · ค้างไว้ 5 วินาที
หนีบข้อศอกไว้ข้างลำตัวและงอ 90 องศา ใช้ไม้หรือมือข้างที่ดีช่วยหมุนแขนออกด้านนอก
ข้อสังเกต ข้อศอกต้องแนบชายโครงตลอดเวลา
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ระยะที่ 2 — คุมความปวด และรักษาการเคลื่อนไหวไว้
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ยกแขนเหนือศีรษะโดยมีตัวช่วย
8 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
จับไม้ด้วยมือทั้งสองข้าง ใช้แขนข้างที่ดีดันแขนข้างที่ติดขึ้นไป
ข้อสังเกต หายใจออกขณะดันเข้าสู่ช่วงที่ตึง
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ยืดหมุนแขนออก
5 ครั้ง · ค้างไว้ 20 วินาที
ประคองข้อศอกไว้ข้างลำตัว หมุนแขนออกและค้างไว้ที่ปลายพิสัยที่ยังสบาย
ข้อสังเกต ท่านี้มักติดนานที่สุด ต้องใจเย็น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ยืดด้วยผ้าขนหนูไพล่หลัง
6 ครั้ง · ค้างไว้ 10 วินาที
พาดผ้าขนหนูข้ามไหล่ข้างที่ดี ใช้แขนข้างที่ติดจับปลายล่างแล้วค่อย ๆ ดึงขึ้น
ข้อสังเกต ท่านี้คือท่าที่ทำให้คุณกลับมาใส่เสื้อแขนยาวได้
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ระยะที่ 3 — เริ่มสร้างความแข็งแรง
หมุนแขนออกด้วยยางยืด
2 เซต · เซตละ 12 ครั้ง
ยึดยางยืดระดับเอว ข้อศอกแนบลำตัว หมุนท่อนแขนออกต้านยางยืด
ข้อสังเกต ความแข็งแรงเกิดจากการผ่อนกลับอย่างช้า ๆ
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
หมุนแขนเข้าด้วยยางยืด
2 เซต · เซตละ 12 ครั้ง
ท่าตั้งต้นเหมือนเดิม แต่หมุนท่อนแขนเข้าหาหน้าท้อง
ข้อสังเกต ถ้าข้อศอกเลื่อนออก ให้หนีบผ้าขนหนูม้วนไว้
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ดึงยางยืดเข้าหาลำตัว
2 เซต · เซตละ 12 ครั้ง
ดึงข้อศอกทั้งสองข้างไปด้านหลังเลยชายโครง พร้อมบีบสะบักเข้าหากัน
ข้อสังเกต นำด้วยข้อศอก ไม่ใช่มือ
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ยกแขนไปข้างหน้าแบบเบา
2 เซต · เซตละ 10 ครั้ง
ใช้น้ำหนักเบาหรือไม่ใช้เลย ยกแขนไปข้างหน้าถึงระดับไหล่แล้วค่อย ๆ ลดลง
ข้อสังเกต เพิ่มน้ำหนักเมื่อทำได้สบายโดยไม่ต้องยักไหล่
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ถือของเดิน
3 ครั้ง · ครั้งละ 30 วินาที
ถือกระเป๋าหรือน้ำหนักไว้ข้างลำตัว เดินตัวตรง
ข้อสังเกต เป็นท่าสร้างความแข็งแรงที่ใช้ได้จริงที่สุด
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
ระยะที่ 4 — กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
ระยะนี้ไม่ได้วัดกันที่จำนวนครั้ง แต่วัดกันที่สิ่งที่คุณทำได้ในชีวิตจริง ค่อย ๆ ไต่ขึ้นทีละระดับ
- ดูแลตัวเอง — ใส่เสื้อ ล้างหน้า หวีผม โดยไม่ต้องวางแผนหลบไหล่ ทำได้ทุกวัน
- เอื้อมในชีวิตประจำวัน — หยิบของบนชั้นสูง คาดเข็มขัดนิรภัย เอื้อมไพล่หลัง
- ลงน้ำหนัก — ถือกระเป๋าที่มีของเต็ม ยกของเหนือศีรษะ ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
- ชีวิตของคุณ — กลับไปเข้ายิม เล่นกีฬา หรือทำสิ่งที่งานของคุณต้องใช้ไหล่




เมื่อการเคลื่อนไหวของคุณกลับมาเป็นปกติและความปวดเหลือน้อยมาก ให้คงท่าบริหารสั้น ๆ ไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้อาการติดกลับมาอีก
การนอน
สำหรับคนส่วนใหญ่ ความปวดตอนกลางคืนคือส่วนที่ยากที่สุดของระยะปวด ท่าเหล่านี้ช่วยได้ระหว่างรออาการสงบ
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
การป้องกันและการดูแลตนเอง
ยังไม่มีวิธีที่พิสูจน์ได้ว่าป้องกันภาวะข้อไหล่ติดไม่ให้เกิดขึ้นได้ สิ่งที่ทำได้คือลดโอกาสที่อาการจะรุนแรงและยืดเยื้อ
ขยับเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ การหยุดขยับแขนไปเลยจะทำให้ข้อติดมากขึ้น ยืดแค่พอตึงเบา ๆ หยุดทันทีถ้าปวดแปลบ และหลีกเลี่ยงการเอื้อมหรือกระตุกแขนแรง ๆ
ดูแลโรคประจำตัว โดยเฉพาะเบาหวานและโรคไทรอยด์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาวะนี้โดยตรง
อย่าปล่อยให้ไหล่หยุดขยับหลังบาดเจ็บหรือหลังผ่าตัด ถ้าคุณต้องใส่ผ้าคล้องแขน ให้ถามแพทย์ว่าขยับข้อศอก ข้อมือ และสะบักได้แค่ไหนตั้งแต่วันแรก
การแต่งตัวและการอาบน้ำ
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คลิปสั้น ไม่มีเสียง จะเริ่มโหลดเมื่อคุณกดเล่น
คำถามที่ควรถามแพทย์
- อาการไหล่ของฉันเข้าได้กับภาวะข้อไหล่ติดหรือไม่ และตอนนี้น่าจะอยู่ระยะไหน
- ต้องตรวจเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ และการตรวจนั้นจะเปลี่ยนแนวทางการรักษาอย่างไร
- ฉันควรทำท่าบริหารแบบไหน วันละกี่ครั้ง และควรหยุดเมื่อรู้สึกอย่างไร
- ควรพบนักกายภาพบำบัดหรือไม่ และควรพบบ่อยแค่ไหน
- ยาที่ฉันกินอยู่ตอนนี้ปลอดภัยกับโรคประจำตัวของฉันหรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ข้อไหล่ติดหายเองได้ไหม
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นมากเมื่อเวลาผ่านไป แต่ใช้เวลานาน บางรายเป็นปีถึงสองปี การขยับและยืดอย่างสม่ำเสมอช่วยให้พิสัยกลับมาได้มากกว่าและเร็วกว่าการรอเฉย ๆ ควรพบแพทย์เพื่อยืนยันว่าอาการนี้เกิดจากข้อไหล่ติดจริง
ทำไมถึงปวดมากตอนกลางคืน
ตอนกลางวันคุณขยับไหล่อยู่ตลอดและมีสิ่งอื่นดึงความสนใจ พอนอนนิ่ง ๆ ข้อจะแข็งขึ้นและความปวดชัดขึ้น การนอนทับไหล่ข้างที่มีอาการโดยตรงเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการตื่นกลางดึก การจัดท่านอนและใช้หมอนรองแขนช่วยได้มาก
ควรฝืนยืดให้สุดแรงเพื่อให้หายเร็วขึ้นหรือไม่
ไม่ควร การฝืนแรง ๆ โดยเฉพาะในระยะที่ยังปวดมาก มักทำให้ปวดมากขึ้นและถอยหลัง ให้ยืดจนรู้สึกตึง ไม่ใช่จนปวดแปลบ และค้างไว้ให้นานขึ้นแทนที่จะดึงให้แรงขึ้น ถ้าเช้าวันถัดไปยังแย่กว่าเดิม แสดงว่าทำมากเกินไป
ต้องผ่าตัดไหม
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด การผ่าตัดหรือการดัดข้อภายใต้การระงับความรู้สึกเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อาการติดยังรบกวนชีวิตประจำวันมาก หลังจากดูแลด้วยวิธีอื่นอย่างเต็มที่มาแล้วระยะหนึ่ง เป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคุณกับแพทย์
อีกข้างจะเป็นด้วยไหม
บางคนเป็นที่ไหล่อีกข้างในภายหลัง โดยทั่วไปไหล่ข้างเดิมมักไม่กลับมาเป็นซ้ำ หากไหล่อีกข้างเริ่มมีอาการเมื่อยและติด ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะช่วงที่พิสัยยังดีคือช่วงที่ดูแลได้ง่ายที่สุด
เป็นเบาหวานแล้วเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ภาวะข้อไหล่ติดพบได้บ่อยกว่าในผู้ที่เป็นเบาหวาน และมักใช้เวลานานกว่า จึงควรแจ้งแพทย์ว่าคุณเป็นเบาหวาน และดูแลระดับน้ำตาลควบคู่ไปกับการฟื้นฟูไหล่
แหล่งอ้างอิง
แอปช่วยดูแลตัวเองสำหรับภาวะนี้
ใช้งานฟรี จัดทำโดยผู้เขียนบทความนี้เอง
ดูแลข้อไหล่ติด
พาคุณทำท่าบริหารข้อไหล่ทีละขั้นตอนพร้อมคลิปสาธิต และแนะนำวิธีจัดท่านอนและใช้ชีวิตประจำวันให้เจ็บน้อยลง
เปิดแอปอ่านเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวข้อง
หน้าเหล่านี้อธิบายการตรวจ การรักษา และการฟื้นฟูที่มักพบร่วมกับภาวะนี้ ไว้อ่านเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่ลำดับการรักษาที่จัดไว้สำหรับคุณ แผนที่เหมาะกับคุณต้องมาจากแพทย์ที่ได้ตรวจคุณจริง
การรักษา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เขียนโดย รศ. นพ. สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ

